แมลงทอด ลองกินกันยั๊ง?

แมลงทอด
แมลงทอดยุคนี้อะไรๆก็เปลี่ยนไปไม่ว่าจะเป็นลักษณะที่อยู่อาศัย สไตล์การแต่งตัว ค่านิยม รวมไปถึงพฤติกรรมการบริโภค
หลังจากที่องค์การอนามัยโลก FAO ประกาศสนับสนุนให้แมลงเป็นอาหารยุคใหม่ซึ่งมีการตรวจพบว่า โปรตีนจากแมลงมีมากกว่าโปรตีนจากเนื้อวัวหรือแม้แต่สัตว์ประเภทอื่นๆและเมื่อไม่นานมานี้นักวิจัย มช. ยังตรวจพบสาร ” ซิลเดนาฟิล ” ซึ่งเป็นส่วนผสมของไวอากร้าที่มีส่วนช่วยเพิ่มสมรรถภาพทางเพศและยังช่วยรักษาความดันโลหิตภายในหลอดเลือดแดงของปอดอีกด้วย
หลังจากที่ FAO ประกาศให้แมลงเป็นสัตว์เศรษฐกิจยุคใหม่ ดูเหมือนว่าประเทศไทยจะถูกกระตุ้นด้วยกระแสการบริโภคนิยมจากตะวันตก ซึ่งแท้จริงแล้วประเทศไทยเป็นแหล่งที่มีแมลงชุกชุม และมีการบริโภคแมลงกันมาแต่โบราณ
ซึ่งการบริโภคแต่ละยุคก็จะแตกต่างกันออกไปและในปัจจุบัน มีการปรับปรุง สร้างสรรค์ ตามยุคตามสมัย
จึงเกิดมาเป็น แมลงทอดไฮโซ Smart Snack
แมลงทอดบรรจุซองในรูปแบบสแน็ก ขนมสแน็กแนวใหม่กินง่ายได้ประโยชน์

รถด่วน สุดยอดอาหารบำรุงสมอง ควรหันมาบริโภคแมลงกันเถอะ

รถด่วน สุดยอดอาหารบำรุงสมอง
รถด่วน สุดยอดอาหารบำรุงสมองฟังดูแล้วก็ไม่ใช่เรื่องแปลกใหม่อะไรสำหรับคนในบ้านเราและอีกหลายๆประเทศที่กินแมลงกันเป็นปกติอยู่แล้วแต่สำหรับอีกหลายๆประเทศอาหารที่ทำจากแมลงแม้จะเริ่มได้รับความนิยมขึ้นมาบ้างก็ยังถือเป็นของแปลกใหม่ซึ่งยากที่จะยอมรับเพราะจะว่าไปแล้วตราบใดที่ยังมีหมู เห็น เป็ด ไก่ให้ซื้อกิน คงน้อยคนนักที่จะเลือกซื้อแมลง
ต่อไปนี้ไปดูเหตุผลที่ควรหันมาบริโภคแมลงกันเถอะ!
อ่านไม่ผิดครับ ? เหตุผลที่ควรบริโภคแมลง
ก่อนอื่นเราไปคิดกันเรื่อง เนื้อสัตว์ต่างๆที่มีให้บริโภคในปัจจุบันเช่น เนื้อหมู ไก่ วัว เป็นต้น ลองคิดดูนะครับว่าถ้าในอนาคตจำนวนประชากรที่เพิ่มมากขึ้นทุกๆนาที ซึ่งในปี 2050 อาจมีจำนวนประชากรเพิ่มสูงขึ้นถึง 9,600,000,000 คน นี่อาจเป็นปัญหาใหญ่สำหรับอาหารบริโภคของโลกว่าจะเพียงพอต่อความต้องการจำนวนมหาศาลนี้หรือไม่ ถ้าเหตุผลแค่นี้ยังไม่พองั้นลองไปดูเหตุผลอื่นๆที่อาจทำให้คุณๆเปลี่ยนใจและเข้าใจความจำเป็นที่มนุษย์ต้องหันมาบริโภคแมลงเป็นอาหารในอนาคตกันมากขึ้น
– ฮอร์โมนและสารเร่งการเจริญเติบโตที่ทำให้สามารถส่งสัตว์เข้าโรงเชือดได้เร็วขึ้นแต่ก็มีสารตกค้างส่งผลมาถึงมนุษย์ผู้บริโภคในปริมาณที่มากเช่นกัน แต่ปัญหานี้แทบจะไม่มีในแมลงเลยก็ว่าได้
– แหล่งโภชนาการชั้นเลิศ แม้จะดูเป็นของกินที่ไม่มีคุณค่าและไม่น่าจะเป็นอาหารที่มีประโยชน์แต่จากข้อมูลของสถาบัน วิจัยโภชนาแห่งมหาวิทยามหิดลพบว่า แมลงมีคุณค่าทางโภชนาการมากกว่าที่เราคิดอย่างในกรณีของตั๊กแตนปาทังกาน้ำหนัก 100 กรัม มีโปรตีนสูงถึง 27 กรัม ในขณะที่เนื้อหมู 100 กรัม มีโปรตีนเพียง 18 กรัม นอกจากนี้ยังมีสารไคตินเช่นเดียวกับที่พบใบเปลือกกุ้งและปูซึ่งจะช่วยลดระดับไขมันในเลือด
– หายห่วงเรื่องยาฆ่าแมลง ฟังดูเป็นเรื่องน่าตลกที่อาหารประเภทแมลงจะไร้สารพิษจากยาฆ่าแมลง จากข้อมูลของสถาบันวิจัยโภชนาการแห่งมหาวิทยาลัยมหิดลพบว่าแมลงส่วนใหญ่ที่ขายกันอยู่นี้มักถูกซื้อมาในขณะที่ยังมีชีวิตเพื่อป้องกันการเน่าเสียและส่วนใหญ่เป็นแมลงจากเพื่อนบ้านจึงไม่ค่อยมีปัญหาเรื่องการใช้สารเคมี
– ตามเมืองใหญ่ๆก็มีร้านขายอาหารจากแมลงโดยเฉพาะ ไม่ใช่แค่ร้านตามรถเข็นแบบบ้านเราเท่านั้น แม้แต่ในเมืองใหญ่ๆอย่างSan Francisco และ NewYork ก็มีร้านอาหารที่ขายเฉพาะเมนูแมลงล้วนๆ แถมยังเป็นแมลงที่รับมาจากฟาร์มในประเทศส่วนเมนู ก็มีทั้ง ทาโก้ตั๊กแตนทอด แป้งทอดกรอบสอดใส้จิ้งหรีด รวมทั้งหนอนทอดที่ผ่านการปรุงแต่งรสจนกลายเป็นขนมขบเคี้ยวรสเลิศ

แมงสะดิ้ง อาชีพใหม่ ทำอยู่ที่บ้านได้

แมงสะดิ้ง
แมงสะดิ้ง “จิ้งหรีด” หรือแมงสะดิ้งในภาษาท้องถิ่นอีสาน ทุกวันนี้มีการส่งเสริมให้เลี้ยงเป็นสัตว์เศรษฐกิจอย่างจริงจัง เนื่องจากตลาดมีความต้องการสูงอย่างไม่น่าเชื่อ อีกทั้งต้นทุนต่ำ ใช้พื้นที่เลี้ยงน้อย และเลี้ยงค่อนข้างง่าย น่าจะเป็นช่องทางอาชีพใหม่ที่น่าสนใจสามารถเลี้ยงเป็นรายได้เสริม หรือเลี้ยงจริงจังยึดเป็นอาชีพหลัก ดูแลครอบครัวได้เลย อาจารย์ชำนาญ ค้ำชู อาจารย์ประจำวิทยาลัยชุมชนสระแก้ว ผู้ดูแลโครงการการจัดความรู้การเลี้ยงจิ้งหรีด (แมงสะดิ้ง) จังหวัดสระแก้ว เผยต่อผู้สื่อข่าว “SME ผู้จัดการออนไลน์” ว่า แมงสะดิ้ง หรือจิ้งหรีด สายพันธุ์ทองแดงลาย ปัจจุบันกำลังเป็นที่ต้องการของตลาดมากขึ้นเรื่อยๆ ถึงขนาดไม่พอขายเพราะคนทั่วไปนิยมกินมากเพิ่มขึ้น รวมถึงยังเป็นที่ต้องการนำไปใช้เป็นอาหารสำหรับปลาสวยงาม และอาหารสำหรับเลี้ยงตุ๊กแก เนื่องจากแมงสะดิ้งมีคุณประโยชน์ทางสารอาหารสูง โดยเฉพาะโปรตีน อีกทั้งจิ้งหรีดเป็นสัตว์ที่ไวต่อสารพิษมาก ถ้าติดสารพิษตัวเดียวก็จะตายยกคอกเลย ดังนั้นผู้กินจึงสบายใจได้ว่าแมงสะดิ้งเป็นอาหารที่ปลอดภัยและอุดมด้วยสารอาหาร สำหรับการเลี้ยงเพื่อค้าขาย กำลังเป็นที่นิยมอย่างกว้างขวางในเขตจังหวัดสระแก้ว โดยเฉพาะที่ อ.เมือง และ อ.อรัญประเทศ เนื่องจากที่ตลาดโรงเกลือเป็นแหล่งขายส่งหลัก โดยเฉลี่ยยอดขายแมงสะดิ้งที่ตลาดโรงเกลือต่อวันมูลค่าถึงกว่า 20 ล้านบาท โดยแมงสะดิ้ง 90% ที่ขายอยู่ทั่วประเทศจะรับซื้อมาจากตลาดโรงเกลือ อาจารย์ชำนาญเผยต่อว่า ความน่าสนใจในการเลี้ยงแมงสะดิ้ง คือมีตลาดรับรองสูง ราคาค่อนข้างดี ถ้าเป็นช่วงที่มีสินค้าจากกัมพูชาเข้ามาขายแข่งราคาจะอยู่ที่ 60-80 บาทต่อกิโลกรัม แต่โดยปกติทั่วไปราคาขายส่งเฉลี่ยที่โรงเกลือประมาณ 100-120 บาทต่อกิโลกรัม และถ้าขายเองไม่ได้ส่งโรงเกลือ โดยเน้นเลี้ยงส่งไปยังแหล่งเลี้ยงปลาสวยงามราคาจะสูงถึง 200-300 บาทต่อกิโลกรัมทีเดียว ทั้งนี้ การเลี้ยงแมงสะดิ้งใช้ทุนต่ำมาก แค่หลักพันบาทก็สามารถเริ่มต้นอาชีพนี้ได้แล้ว โดยอุปกรณ์ที่ใช้ทำคอกเลี้ยงสามารถประยุกต์ได้หลากหลายตามความเหมาะสม เช่น นำแผ่นยิปซัมฉาบเรียบมาประกอบเป็นกล่องสี่เหลี่ยม ภายในวางด้วยถาดรองไข่ไก่ แล้วคลุมด้วยตาข่ายก็สามารถเป็นคอกเลี้ยงได้แล้ว

ขอบคุณแหล่งที่มา http://www.manager.co.th/iBizchannel/ViewNews.aspx?NewsID=9570000012118

ดักแด้หนอนไหม อาหารสุขภาพยุคใหม่

ดักแด้หนอนไหม
ดักแด้หนอนไหมทราบหรือไม่ว่า “ดักแด้ไหม ” ที่ชาวอีสานเราบริโภคกันนั้นกลายเป็นอาหารที่สำคัญของยุคอวกาศกันแล้ว1
เมื่อเร็วๆนี้มีรายงานว่าดักแด้ไหมได้กลายเป็นอาหารของนักบินอวกาศไปแล้ว เนื่องจากดักแด้ไหมเองนั้นอุดมด้วยโปรตีน
ที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกาย นอกจากดักแด้ไหมจะถูกนำไปใช้เป็นอาหารที่ใช้ในการบริโภคทุกวันและอาหารสำหรับมนุษ์อวกาศแล้ว
ดักแด้ไหมยังถูกนำมาใช้เป็นอาหารสุขภาพแต่โบราณ ในประเทศจีนมีการนำดักแด้ไหมมาใช้เป็นสมุนไพรใช้บำรุงตับ ปอด
ใช้ระงับอาการชัก ทำให้สงบ มีฤทธิ์ระงับอาการคัน อาการปวด2 ในประเทศอินเดียเองก็มีการนำดักแด้ไหมไปเป็นส่วนผสม
ของยาสมุนไพรรักษาความผิดปกติของหัวใจและหลอดเลือด3 ถึงแม้จะมีการกล่าวอ้างสรรพคุณของดักแด้ไหมกันอย่างมาก
แต่ข้อจำกัดที่สำคัญอย่างหนึ่งในการนำมาใช้เพื่อประโยชน์ด้านการสร้างเสริมสุขภาพและรักษาโรค
คือการขาดหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ มาสนับสนุนในเรื่องความปลอดภัยและสรรพคุณ สืบเนื่องจากการเป็นวัตถุดิบที่มีราคาไม่แพง และมากคุณค่าจึงมีการพยายามนำเอาดักแด้ไหมมาพัฒนาเป็นอาหารสุขภาพอย่างจริงจังโดยเน้นการประยุกต์ใช้ โดยอาศัยหลักฐานเชิงประจักษ์
ข้อมูลจากการศึกษาวิจัยเมื่อเร็วๆนี้พบว่าดักแด้ไหมสามารถเพิ่มการเรียนรู้และความจำและสามารถป้องกันภาวะความจำบกพร่อง
ที่พบในโรคสมองเสื่อมหรืออัลไซม์เมอร์ (Alzheimer’s disease) ได้ มีรายงานว่าเมื่อนำดักแด้ไหมมาป้อนให้หนูแรทกินหนูแรท
จะมีความจำดีขึ้น และเมื่อป้อนดักแด้ไหมให้หนูแรทกิน 14 วันจากนั้นนำมาเหนี่ยวนำให้เกิดความจำบกพร่องโดยจำลองภาวะ
ที่พบในโรคสมองเสื่อมพบว่าหนูแรทที่ได้รับดักแด้ไหมจะมีความจำดีกว่าและมีการตายของเซลล์ประสาทในสมอง ส่วนฮิปโปแคมปัสซึ่งมีบทบาทสำคัญในการเรียนรู้และความจำน้อยกว่ากลุ่มที่ไม่ได้รับดักแด้ไหม4 นอกจากนั้นยังพบว่าดักแด้ไหม ยังสามารถป้องกันและลดอันตรายจากการทำลายสมองเนื่องจากโรคหลอดเลือดสมองและโรคพิษสุราเรื้อรังได้ อย่างไรก็ตามเนื่องจากการเก็บดักแด้ไหมไว้นานๆมักมีปัญหาเรื่องเกิดกลิ่นหืน ดังนั้นจึงมีการพัฒนาดักแด้ไหมให้อยู่ในรูปสารสกัด เพื่อพร้อมใช้ในการบริโภค
สารสกัดดักแด้ไหมเองนั้นจะมีกรดอมิโนที่สำคัญจำนวนมาก5-7 นอกจากนั้นยังมีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ และปกป้องสมอง
มีรายงานว่าสารสกัดดักแด้ไหมสามารถปกป้องเซลล์ประสาทจากความเป็นพิษของสาร beta amyloid และ glutamate8,9
นอกจากนั้นยังมีฤทธ์เพิ่มการเรียนรู้และความจำในอาสาสมัคร8 งานวิจัยเบื้องต้นของนักวิจัยของ ศูนย์วิจัยและพัฒนาการแพทย์ทางเลือกแบบบูรณาการพบว่าสารสกัดดักแด้ไหมสามารถลดความบกพร่องทางสมอง ในแบบจำลองของภาวะออติสติกได้ ยิ่งไปกว่านั้นสารสกัดดักแด้ไหมยังมีฤทธิ์ลดโคเลสเตอรอลในกระแสเลือด ตลอดจนลดการเกิดหลอดเลือดตีบ (atherosclerotic plaque) มีฤทธิ์ลดถาวะเสื่อมสมรรถนะทางเพศที่เหนี่ยวนำ
โดยแอลกอฮอล์ โดยจะมีผลเพิ่มการทำงานของเอนไซม์ไนตริกออกไซด์ซินเธส (nitric oxide synthase) ที่ทำหน้าที่สร้างสารไนตริกออกไซด์ (nitric oxide) ทำให้หลอดเลือดที่องคชาติขยายตัว10
ดังนั้นจึงทำให้เพิ่มการแข็งตัวขององคชาติได้
ดักแด้ไหมจึงไม่ใช่เพียงอาหารพื้นบ้านอีกต่อไปแต่กำลังจะกลายเป็นนวัตกรรมสุขภาพที่จะทำให้เราพึ่งพาตัวเองได้มากขึ้น
และยังอาจเป็นช่องทางสร้างรายได้ในเชิงพาณิชย์ในยุคที่เราจะก้าวเข้าสู่ประชาคมเอเซียนอีกด้วย

ขอบคุณแหล่งที่มา รศ.ดร.จินตนาภรณ์ วัฒนธร http://www.icam.kku.ac.th/Newletter/bombyx.html

แมลงกินได้ เลี้ยงตัวได้สบายเฮ

แมลงกินได้
แมลงกินได้แมลงทอด อาหารว่างยอดนิยมในหมู่นักทาน จากรถเข็นก็กลับกลายเป็นแฟรนไชส์ที่มีขายในห้างกันเยอะแยะ
วันนี้ คอลัมน์ ช่องทางทำกิน มีตัวอย่างของอาชีพนี้มาฝากกัน
ประสิทธิ์ จึงศักดิ์สิทธิ์ เจ้าของร้านรวมแมลงทอด ย่านตลาด กม. 2 รามอินทรา กล่าวว่า ยึดอาชีพเป็นพ่อค้าขายแมลงทอดมาเพียง 3-4 เดือนเท่านั้น โดยที่ก่อนหน้านี้เคยขายผลไม้ และทำกับข้าวถุงมาก่อน สุดท้ายเลิกขาย เพราะว่าไม่มีคนช่วย จึงเปลี่ยนมาขายแมลงทอด เพราะว่าทำคนเดียวได้
ผมทำกับข้าวเป็นทุกอย่าง ดังนั้น การเปลี่ยนอาชีพมาขายแมลงทอดจึงไม่เป็นปัญหาอะไร อีกสาเหตุที่เลือกขายแมลงทอด เพราะว่ากำลังเป็นที่นิยมมาก มีขายกันทั่วไป และขายได้ตลอดเวลา กำไรก็ค่อนข้างดี
ร้านรวมแมลงทอดของประสิทธิ์ ขายแมลงทอดแทบทุกอย่าง นับแล้วได้ 13 ชนิด โดยเจ้าตัวบอกว่า เป็นคนต่างจังหวัดจึงรู้ว่าแมลงพวกนี้ทานได้หมด และไม่เป็นอันตราย แถมยังเป็นการสร้างรายได้เพิ่มให้กับชาวนาชาวไร่อีกด้วย
ชาวบ้านที่ทำไร่ข้าวโพด เมื่อก่อนหากตั๊กแตนปาทังก้าลงไร่ แทบจะร้องไห้กัน ตอนนี้หากปาทังก้าลงพวกเขายิ้มกันเป็นแถว ชาวบ้านบางคนเขาก็ปลูกข้าวโพด เพื่อที่จะให้ปาทังก้ามาลง จะได้จับกันไปขาย ราคาดี
แหม…น่าสนใจจริงนะ
มาดูกันสิว่า ประสิทธิ์เขามีวิธีจัดการกับร้านขายแมลงทอดอย่างไร? แมลงแต่ละชนิดมีอะไรบ้าง และราคาต้นทุนเท่าไหร่ ?
ขาเหล็ก หรือ ตั๊กแตนขาแข็ง ราคา กก.ละ 200 บาท, ตั๊กแตนปาทังก้า ราคา กก.ละ 240-250 บาท, ดักแด้ ราคา กก.ละ 120 บาท, ตับเต่า ราคา กก.ละ 140 บาท, กีนูน ราคา กก.ละ 160 บาท, กระชอน ราคา กก.ละ 150 บาท, จิ้งหรีด ราคา กก.ละ 120 บาท, จิ้งโกร่ง ราคา กก.ละ 150 บาท, รถด่วน หรือ หนอน ราคา กก.ละ 300 บาท ขณะนี้ขาดตลาด เพราะคนนิยมกินกันมาก ลูกค้าบางรายซื้อมากกว่า 100 บาท เมื่อทอดแล้วรสชาติเหมือนมันทอด, แมลงป่อง ราคาตัวละ 3 บาท, แมงดา ตัวผู้ราคาตัวละ 7 บาท ตัวเมีย ตัวละ 3 บาท, กบ ราคา กก.ละ 40-50 บาท และ เขียด ราคา กก.ละ 35-80 บาท
เจ้าแมลงทั้งหมดนี้ ต้องไปหาซื้อที่ตลาดคลองเตยเท่านั้น เพราะเป็นแหล่งขายที่ใหญ่ที่สุด เวลาจะไปซื้อต้องไปตอนเช้า อย่าเลยเที่ยง เพราะร้านปิดหมดแล้ว แมลงทั้งหมดนี้จะมาในสภาพที่ถูกน็อกด้วยน้ำแข็งมาแล้ว ยกเว้นแมลงบางอย่าง เช่น แมลงป่องที่จะต้องมาน็อกน้ำแข็งเอง
ปริมาณแมลง ที่ซื้อมาก็แตกต่างกันไป ขึ้นอยู่กับยอดขายในแต่ละวัน เช่น ขาเหล็ก หรือ ตั๊กแตนขาแข็ง, ตั๊กแตนปาทังก้า ซื้อมาคราวละ 10 กก., ดักแด้ 12 กก., ตับเต่า 3 กก., กีนูน, กระ ชอน, จิ้งหรีด, จิ้งโกร่ง 2 กก., รถด่วน 10 กก., แมลงป่อง 50-100 ตัว, แมงดา 100 ตัว ส่วน กบ, เขียด ซื้อมาอย่างละ 2 กก.
ทั้งหมดจะขายได้ 3 วัน โดยเจ้าตัวบอกว่าไม่ต้องตื่นเช้าทุกวัน และแมลงที่ขายไม่หมดก็แช่น้ำแข็งไว้ได้ นอกจากนี้ ตั๊กแตน 2 ชนิด ก็เลือกซื้อชนิดเดียวก็พอ เพราะทอดออกมาแล้วก็เหมือนกัน
ก่อนที่จะทอดนั้น จะต้องนำแมลงทุกอย่างมาล้างน้ำให้สะอาด ประมาณ 3 ครั้ง เพื่อให้หมดกลิ่นคาว จากนั้นผึ่งทิ้งไว้ให้สะเด็ดน้ำ ถ้ายังไม่ขายก็ให้แช่ใส่น้ำแข็งไว้ก่อน
การทอดแมลงก็เหมือนการทอดอาหารอย่างอื่น โดยตั้งกระทะใช้ไฟปานกลาง ใส่น้ำมันพืชครึ่งกระทะ เมื่อน้ำมันเดือดก็นำแมลงลงไปทอด สำหรับเคล็ดลับ น้ำมันกระทะแรกจะต้องทอดรถด่วนหรือดักแด้ก่อน เพราะว่าแมลงพวกนี้ตัวสีขาว หากทอดหลังจากแมลงอื่น จะทำให้ดำ ไม่น่ากิน
ขายไปทอดไป น้ำมันพร่องก็ค่อย ๆ เติม โดยวันหนึ่ง ๆ จะต้องใช้น้ำมันพืช 2 ขวด
ส่วนวิธีขายนั้น ก็ไม่ยุ่งยากอะไร เมื่อก่อนใช้วิธีนับตัวขายกัน แต่ปัจจุบันใช้ถ้วยตวงเอา ขายในราคาถ้วยละ 10 บาท ทุกชนิด ยกเว้นแมลงป่อง-กบที่ขาย 3 ตัว 20 บาท ส่วนเขียดขาย 7 ตัว 10 บาทเมื่อตวงแมลงใส่ถุงแล้ว ก็ฉีดซอสลงไปเล็กน้อยเพื่อเพิ่มรสชาติและมีกลิ่นหอม
แน่นอน ซอสของร้านประสิทธิ์เขาก็มีวิธีการหมักไม่เหมือนใครด้วย โดยเจ้าตัวใช้ซอสแม็กกี้ 2 ขวด น้ำตาลทราย 2 ทัพพี และรสดีรสไก่ 2 ช้อนชา หมักใส่โถไว้ 2 วัน แล้วก็นำมาใช้
เจ้าแมลงทอดนี้ เป็นอาชีพที่เลี้ยงตัวได้ ไม่เดือดร้อนลูก ๆ หลาน ๆ เพราะขายหมดหักต้นทุนแล้วยังมีกำไรถึง 30% ซึ่งถือว่าใช้ได้

ขอบคุณแหล่งที่มา เดลินิวส์

แมลงทอดไฮโซ เปิดไอเดียแมลงทอด‘ไฮโซ

แมลงทอดไฮโซ
แมลงทอดไฮโซ “ไอเดีย” มีอยู่รอบๆ ตัวเรา อยู่ที่เราจะเห็นหรือไม่ แล้วหยิบยกขึ้นมาเติมแต่งความคิดสร้างสรรค์เข้าไปก็สามารถช่วยเพิ่มมูลค่ากลายเป็นสินค้ายอดฮิตติดลมบนได้

ดังเช่น “แมลงทอดไฮโซ” ที่นำ แมลงทอด ซึ่งเราเห็นอยู่ทั่วไปตั้งแต่เด็กจนเหมือนเป็นของกินเล่นธรรมดาๆ แต่เจ้าของไอเดียก็นำมาปรับ “ลุค” ใหม่ ด้วยการต่อเติมนวัตกรรมบวกกับแนวคิดทางการตลาดที่ทันสมัย จนปัจจุบันนอกจากจะวางขายในห้างสรรพสินค้าชั้นนำหลายต่อหลายแห่งทั่วประเทศแล้ว ยังเตรียมขยายกำลังการผลิตเพื่อต่อยอดส่งออกไปอีกหลายประเทศทั่วโลก

และเมื่อพูดถึงเรื่องการคิดที่สร้างสรรค์เพื่อสร้างธุรกิจของตนเองนั้น “ปณิธาน ตงศิริ” ผู้บริหารบริษัท สไมล์ บูล มาร์เก็ตติ้ง จำกัด หนึ่งในสามหุ้นส่วนหลักที่ร่วมก่อตั้งบริษัทขึ้นมา บอกว่า แมลงทอดไฮโซ เกิดจากความคิดที่อยากหาสินค้าสักอย่างที่อยู่ในกระแส “บลู โอเชียน” และไม่ซ้ำคนอื่น เพราะเราไม่มีทุนมากนัก จึงต้องการหลีกเลี่ยงการแข่งขันทางการตลาดและราคา และกว่าจะลงตัวก็ต้องใช้เวลาพอสมควร

“เราสังเกตพฤติกรรมของคนว่า ชอบกินแมลงทอดกันมาก แต่ก็ยังไม่มีขายเป็นการทั่วไป จึงเริ่มเข้าไปศึกษาตลาดถึงแหล่งค้าส่ง ซึ่งผมเคยทำธุรกิจเสื้อผ้ามาก่อนด้วย ทำให้รู้ว่าการจะศึกษาเริ่มต้นทำธุรกิจอะไรอย่างหนึ่ง เราต้องเข้าไปถึงแหล่งจริงๆ เพื่อดูว่าเขาทำกันอย่างไร ซึ่งผมก็เข้าไปดูถึงตลาดค้าส่งแมลง ก็พบว่ามีการซื้อขายกันมากและอนุมานกันว่า น่าจะมีตลาดรองรับ ประกอบกับในช่วงนั้น องค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ (เอฟเอโอ) ออกมาประกาศว่า นี่แหละคืออาหารสำหรับอนาคต รวมกับเหตุผลด้านการลงทุน และมีตลาดรองรับ จึงเห็นว่าน่าจะเป็นกระแสที่ช่วยผลักให้เราขึ้นไปได้ในตอนเริ่มต้น”

จากวันที่เริ่มต้นจนปัจจุบัน แมลงทอดไฮโซ เกิดมาได้ 2 ปีแล้ว แต่ก่อนหน้านั้นหุ้นส่วนแต่ละคนล้วนมีธุรกิจของตัวเองอยู่ใน “เรด โอเชียน” คือธุรกิจต้องแข่งขันสูง เหมือนธุรกิจทั่วไปทั้งหมด จนทำให้รู้สึกเหนื่อย จึงมีแนวคิดในตอนแรกเริ่มว่า จะมีธุรกิจใดบ้างที่ไม่ต้องมีคู่แข่ง

เขาบอกว่า ผลตอบรับที่ออกมาเบื้องต้นเป็นไปตามที่คาดไว้ คือผลิตเท่าไรก็ขายได้หมด เพราะมีตลาดรองรับ มีความต้องการบริโภครออยู่ และที่บอกว่ากระแสจะช่วยดันเรา ก็เป็นไปตามนั้นจริง เพราะสื่อต่างชาติให้ความสนใจเรามาก ถึงขนาดมาสัมภาษณ์ถึงที่โรงงาน แต่ตอนนี้การผลิตหลักยังผลิตเพื่อจำหน่ายในประเทศเท่านั้น และบริษัทอยู่ระหว่างการขยายโรงงานที่พื้นที่ใกล้เคียงกัน จากปัจจุบันใช้วัตถุดิบในการผลิตราว 1 หมื่นซองต่อวัน เมื่อโรงงานแห่งใหม่เสร็จกำลังการผลิตจะเพิ่มขึ้นเป็น 10 เท่า สามารถผลิตได้ 1 แสนซองต่อวัน และยังพร้อมที่จะขยายกำลังการผลิตได้อีกหากมีคำสั่งซื้อเข้ามามากขึ้น

แมงสะดิ้ง เดือนละครึ่งแสน แค่เพาะจิ้งหรีดขาย

แมงสะดิ้ง
แมงสะดิ้งรายได้ไม่ธรรมดาใช่ไหมหละ…ตอนแรกแค่ “เพาะจิ้งหรีด” ขายชิวๆไม่จริงจัง ปัจจุบันกลับทำรายได้เป็นกอบเป็นกำ บางรายถึงกกับทิ้งงานประจำมายึดอาชีพ เพาะจิ้งหรีดขาย แบบถาวรก็มี อย่างเช่น กิตติศักดิ์ มาพลับ หรือ โอ

หนุ่มขอนแก่นผู้นี้ แรกเริ่มเดิมที่อาชีพของ โอ-กิตติศักดิ์ คือรับเหมาก่อสร้าง และรับจ้างทั่วไป แต่รายได้ไม่แน่นอน เขาจึงเปลี่ยนอาชีพมาเป็นชาวนา แต่ทว่า…กลับเจอปัญหาภัยแล้งอย่างรุนแรง ขาดทุนย่อยยับเกือบสิ้นเนื้อประดาตัว

แต่โชคยังดีที่ได้เพื่อนบ้านในหมู่บ้านแนะนำอาชีพ “เลี้ยงจิ้งหรีด” จึงได้เริ่มทดลองเลี้ยงดูบ้าง

แค่เดือนแรกก็สามารถสร้างรายได้ถึงเกือบ 20,000 บาท เพียงทดลอง“เลี้ยงจิ้งหรีด” ในบ่อปูนซีเมนต์ไม่กี่บ่อ โอ-กิตติศักดิ์จึงลงทุนทำโรงเรือน และก่อบ่อถาวรจำนวน 19 บ่อ ขนาดบ่อละ 2×3 เมตร

อาหารที่ใช้เลี้ยงจิ้งหรีดนั้นจะเป็นอาหารสำหรับจิ้งหรีดโดยเฉพาะ โอ-กิตติศักดิ์บอกว่า แรกๆใช้อาหารสำหรับเลี้ยงไก่ให้จิ้งหรีด จิ้งหรีดจะตัวเล็กให้ไข่น้อย ทำให้ได้ปริมาณจิ้งหรีดน้อยตามด้วย เมื่อนำไปประกอบอาหารรสชาติก็จะไม่มัน

ไม่ค่อยอร่อย จึงเปลี่ยนมาเป็นอาหารสำหรับจิ้งหรีดโดยเฉพาะ

วิธีการเก็บจิ้งหรีดขาย ก่อนนำออกขาย 1 วันต้องนำจิ้งหรีดที่โตเต็มที่มาแยกใส่บ่อตาข่ายไว้ต่างหาก โดยในบ่อตาข่ายจะมีแผงไข่วางไว้เป็นชั้นๆคล้ายคอนโด และมีขันพลาสติกใส่ขี้เถ้าไว้ให้จิ้งหรีดตัวเมียฝังไข่ลงในขี้เถ้า นอกจากนั้นก็จะ

วางฝักทองไว้ให้จิ้งหรีดกินเพื่อล้างท้อง เมื่อแยกไว้ 1 คืนแล้วก็จะแยกเอาขี้เถ้าซึ่งจะมีไข่จิ้งหรีดอยู่เป็นจำนวนมากไปเป็นจิ้งหรีดชุดต่อไป

การเลี้ยงจิ้งหรีดในแต่ละชุดใช้เวลา 30-45 วันก็สามารถเก็บออกขายได้สร้างรรายได้ถึง 40,000 – 50,000 บาทต่อเดือนกันเลยทีเดียว

กิตติศักดิ์ จะเน้นเพาะเอง ขายเอง โดยไม่ผ่านพ่อค้าคนกลาง ในราคากิโลกรัมละ 170 บาท หากขายเป็นขีดจะอยู่ที่ขีดละ 20 บาท 3 ขีด 50 บาท ซึ่งถือว่าเป็นอาชีพที่ทำรายได้มากกว่าทำอาชีพอื่นๆที่ทำมา

เช่นเดียวกับ เกษตรกรบ้านดงขี้เหล็ก อ.เมือง จ.ปราจีนบุรี ได้เพาะเลี้ยงจิ้งหรีดจากการเริ่มต้นเลี้ยงแค่ 10 บ่อ เป็นอาชีพเสริม ตอนนี้ขยายถึง 30 บ่อ กลายเป็นอาชีพหลักสร้างฐานะจนอยู่สบายอย่างไม่เดือดร้อน มีรายได้

เดือนละไม่ต่ำกว่า 50,000 บาท

วิธีการเลี้ยงแสนง่าย เพียงแค่ทำบ่อขนาดกว้าง 1 เมตร ยาว 2 เมตรครึ่ง สูง 70 เซนติเมตร ลงทุนบ่อละประมาณ 700 บาท แค่นี้ก็สามารถเลี้ยงจิ้งหรีดได้แล้ว

สำหรับอาหารเลี้ยงจิ้งหรีด เกษตรกรบ้านดงขี้เหล็กจะให้อาหารไก่เล็กผสมกับหยวกกล้วย ใส่น้ำลงไปเล็กน้อย เท่านี้ก็เป็นอาหารชั้นดี ทำให้จิ้งหรีดโตเร็วและลดต้นทุน เพียง 30 วัน ก็สามารถจับขายได้แล้ว นอกจากนี้ยังสามารถเพาะ

พ่อพันธุ์แม่พันธุ์ขายสร้างรายได้อีกทางหนึ่งด้วย

แมลงทอด เมนูของกิ๋นล๊ำลำของคนเหนือ

แมลงทอด
แมลงทอดอาหารเหนือ เป็นอาหารที่มีความเป็นเอกลักษณ์อยู่ภายในตั๋ว บ่ว่าจะเป็นหน้าตา หรือรสชาติ ก็อร่อยถูกปากผู้ที่ได้ลิ้มลอง และถ้าหากเราลองนำอาหารเหนือมาผสมผสานกับอาหารญี่ปุ่น เหมียวขี้อ้อนว่ามันคงจะดูแปลกตาขนาดเลย

และเมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม 2559 ทางเฟสบุ๊คที่ใช้ชื่อว่า สายด่วน.คนพะเยา ได้มีการแชร์ภาพของมดชนิดหนึ่ง ตี้ชาวเหนือเปิ้นมักจะฮ้องว่า “แมงมัน” อยู่เต็มถ้วย แถมยังมีข้อความเขียนกำกับไว้โตยว่า…

“ห้ามย้วม อุ้ยสั่งมา ใส่ได้บ่เกิน 2 ตั๋วต่อกำข้าวเน้อ”

นอกจากนี้ยังมีภาพของข้าวเหนียวที่ถูกปั้นเป็นก้อน พร้อมวางแมงมันเอาไว้บนข้าว 2 ตัว ผ่อไปผ่อมาหน้าตาของมันเหมือนกับ “ซูชิ” อาหารขึ้นชื่อของประเทศญี่ปุ่นบ่มีผิด ป้าดดดด แมงมันบ้านเฮาพอเอามาดัดแปลงใหม่กลายเป็น

อาหารโกอินเตอร์ น่ากิ๋นกว่าเดิมเยอะ

ซึ่งหลังจากตี้ภาพดังกล่าวได้ถูกแชร์ออกไปทั่วโลกออนไลน์ ต่างก็มีชาวเน็ตเข้ามาแสดงความคิดเห็นกันนักขนาด เช่น บางคนก็บอกว่ามันเป็นซูชิแมงมันของคนเมือง เป็นของแปลกที่หากิ๋นได้ยากขนาด

เอาเป็นว่า…ใครที่เกยกิ๋นแมงมันก็ลองมาบอกรสชาติหื้อเพื่อนๆ ได้ฟังโตยเน้อ ว่ามันลำขนาดไหน

แมลงทอด สแน็คนอกกระแสติดป้ายชื่อ”ไฮโซ”

แมลงทอด
แมลงทอดสแน็คนอกกระแสติดป้ายชื่อ “ไฮโซ” ผลิตภัณฑ์แมลงทอดกรอบบรรจุถุงฟอยด์ ยกระดับเมนูบ้านๆ จากไอเดียธุรกิจของอดีตนิสิตจุฬาฯ พร้อมเงินลงทุนเริ่มแรก 10 ล้านบาท สร้างความเชื่อมั่นเรื่องความสะอาด ปลอดภัยและถูกสุขอนามัยด้วยมาตรฐานจากหน่วยงานรัฐและเอกชน ครบทั้ง อย. จีเอ็มพีและเอ็นเอสเอฟ

“แนวคิดของเราคือ การทำสินค้าที่ไม่ซ้ำกับใคร สินค้าทุกอย่างเน้นความคิดสร้างสรรค์ อาทิ แมลงทอดบรรจุซอง เป็นตัวอย่างที่ใช้พลังงานการขับเคลื่อนน้อย แต่จะเหนื่อยช่วงแรกเพราะกว่าจะคิดออกมาเป็นภาพความสำเร็จ ต้องใช้เวลา แต่เราเชื่อว่านวัตกรรมเกิดขึ้นได้เสมอ” นี่คือคอนเซปต์ธุรกิจของ ปณิธาน ตงศิริ ผู้บริหารบริษัท สไมล์บูลมาร์เก็ตติ้ง จำกัด เจ้าของผลิตภัณฑ์แมลงทอดกรอบแบรนด์ไฮโซ

เหตุผลที่เขาลงทุนทำผลิตภัณฑ์แมลงทอดกรอบอย่างจริงจัง เรื่องแรกเพราะมองเห็นโอกาสจากบริษัทนำเข้าแมลงจากจีน อาทิ ดักแด้ จิ้งหรีด เรื่องที่สองคือ แมลงทอดที่ขายอยู่ทั่วไปยังมีจุดอ่อนคือ ไม่มีมาตรฐานทั้งในเรื่องของกระบวนการผลิต บรรจุภัณฑ์และราคาขึ้นลงตลอดเวลา จึงคิดยกระดับเมนูแมลงทอดให้มีมาตรฐานความปลอดภัยเป็นที่ยอมรับ หารับประทานง่าย เพื่อรองรับตลาดคนรุ่นใหม่ วัยรุ่น วัยทำงาน โดยขายผ่านช่องทางระดับโมเดิร์นเทรด และคอนวีเนียนสโตร์

“เราใช้วิธีไปซื้อวัตถุดิบ 2 ชนิด ดักแด้หนอนไหม และจิ้งหรีดจากฟาร์มเลี้ยงระบบปิดที่ปราศจากสารเคมี โดยไม่ใช้แมลงจากจีน เนื่องจากต้องการสร้างความมั่นใจกับผู้บริโภคถึงคุณภาพและความปลอดภัย”

นี่คือแนวคิดของเจ้าของผลิตภัณฑ์แมลงทอดกรอบ “ไฮโซ” ซึ่งยอมควักทุนครั้งแรก 10 ล้านบาท ปรากฏว่า ได้รับผลตอบรับที่ดีจนผลิตส่งขายตามร้านขายส่งไม่ทัน เพราะมีกำลังผลิตอยู่ที่ 1 หมื่นซองต่อวัน ถ้าเทียบเงินลงทุนคงอีก หลายปีกว่าจะคืนทุน แต่ถ้าโรงงานสองที่ใช้งบลงทุน 20 ล้านบาทเสร็จในอีก 6 เดือนข้างหน้ายอดการผลิตเพิ่มขึ้น 10 เท่าตัว พร้อมขยายไลน์แมลงรวมทั้งรสชาติใหม่ จากปัจจุบันมี ดักแด้หนอนไหมและจิ้งหรีด อย่างละ 4 รสชาติ รสโนริสาหร่าย ดั้งเดิม บาร์บีคิว และ ชีส ในขนาด15 กรัม จากแพ็กเกจจิ้งกระป๋องก็เปลี่ยน มาใส่ซองฟอยด์ กระแสการตอบรับดีขึ้น ยอดขายเพิ่มขึ้นเท่าตัว

“ขณะนี้เริ่มดิวกับห้างสรรพสินค้าและช่องทางโมเดิร์นเทรนด์ก็ยอมรับว่า แมลงทอดกรอบเป็นผลิตภัณฑ์ที่น่าสนใจและขายได้ เราจึงรีบลงทุนเพิ่มกำลังการผลิตให้ทันในครึ่งปีนี้”

สร้างมาตรฐานเพิ่มความมั่นใจ

จากประสบการณ์ 1 ปีที่ผ่านมา ลูกค้าหลักคือ วัยรุ่นและหนุ่มสาวคนรุ่นใหม่ ปณิธาน วิเคราะห์ว่าคนรุ่นใหม่ติดตามข่าวสารและรับรู้ว่าแมลงเป็นแหล่งอาหารไขมันต่ำ อุดมไปด้วยโปรตีนและแร่ธาตุหลายชนิด ถือเป็นแหล่งอาหารในอนาคตสำหรับมนุษย์ หลังจากที่องค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ รณรงค์ให้คนทั้งโลกหันมาบริโภคแมลงเป็นอาหาร

ข้อมูลของกระทรวงสาธารณสุข ระบุว่า ปริมาณแมลงทอดที่คนไทยรับประทานแต่ละปีประมาณ 2 ตัน แมลงที่นิยมอันดับต้นๆ ได้แก่ ดักแด้หนอนไหม หนอนไม้ไผ่ แมลงดานา ตั๊กแตน แมลงกระชอน จิ้งโกร่ง และจิ้งหรีด ขณะที่ทั่วโลกคนบริโภคแมลงมีจำนวน 2 พันล้านคน จึงเป็นตลาดที่น่าสนใจ

“เรามองเห็นโอกาสว่า ผลิตภัณฑ์สามารถจำหน่ายได้ทั่วโลก บวกกับความได้เปรียบที่บ้านเราเป็นเขตร้อน มีแมลงเยอะ เลี้ยงง่าย ต้นทุนต่ำ ขณะเดียวกันพยายามสร้างความเชื่อมั่นเรื่องคุณภาพด้วยมาตรฐานจากหน่วยงานของรัฐและเอกชนอย่าง อย. GMP NSF และพยายามผลักดันให้โรงงานผลิตได้รับ ISO และ HACCP พร้อมกับพัฒนาระบบฟาร์มที่มีมาตรฐานไปเป็นโมเดลให้เกษตรกรเลี้ยงแมลงในปีนี้ คาดว่าภายใน 5 ปีจะคืนทุน”

สำหรับการสื่อสารกับกลุ่มเป้าหมายเพื่อสร้างการรับรู้แบรนด์ผ่านเฟซบุ๊กและการออกร้านตามงานต่างๆ เนื่องจากช่องทางการจำหน่ายและกำลังการผลิตยังไม่เต็ม100% แต่หลังจากที่โรงงานแห่งที่ 2 เสร็จจะเพิ่มการสื่อสารในรูปแบบอื่นๆพร้อมกับการขยายตลาดออกไปต่างประเทศ

แมลงทอด เปิดไอเดียแมลงทอด‘ไฮโซ’

แมลงทอด
แมลงทอด “ไอเดีย” มีอยู่รอบๆ ตัวเรา อยู่ที่เราจะเห็นหรือไม่ แล้วหยิบยกขึ้นมาเติมแต่งความคิดสร้างสรรค์เข้าไปก็สามารถช่วยเพิ่มมูลค่ากลายเป็นสินค้ายอดฮิตติดลมบนได้
ดังเช่น “แมลงทอดไฮโซ” ที่นำ แมลงทอด ซึ่งเราเห็นอยู่ทั่วไปตั้งแต่เด็กจนเหมือนเป็นของกินเล่นธรรมดาๆ แต่เจ้าของไอเดียก็นำมาปรับ “ลุค” ใหม่ ด้วยการต่อเติมนวัตกรรมบวกกับแนวคิดทางการตลาดที่ทันสมัย จนปัจจุบันนอกจากจะวางขายในห้างสรรพสินค้าชั้นนำหลายต่อหลายแห่งทั่วประเทศแล้ว ยังเตรียมขยายกำลังการผลิตเพื่อต่อยอดส่งออกไปอีกหลายประเทศทั่วโลก

“เราสังเกตพฤติกรรมของคนว่า ชอบกินแมลงทอดกันมาก แต่ก็ยังไม่มีขายเป็นการทั่วไป จึงเริ่มเข้าไปศึกษาตลาดถึงแหล่งค้าส่ง ซึ่งผมเคยทำธุรกิจเสื้อผ้ามาก่อนด้วย ทำให้รู้ว่าการจะศึกษาเริ่มต้นทำธุรกิจอะไรอย่างหนึ่ง เราต้องเข้าไปถึงแหล่งจริงๆ เพื่อดูว่าเขาทำกันอย่างไร ซึ่งผมก็เข้าไปดูถึงตลาดค้าส่งแมลง ก็พบว่ามีการซื้อขายกันมากและอนุมานกันว่า น่าจะมีตลาดรองรับ ประกอบกับในช่วงนั้น องค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ (เอฟเอโอ) ออกมาประกาศว่า นี่แหละคืออาหารสำหรับอนาคต รวมกับเหตุผลด้านการลงทุน และมีตลาดรองรับ จึงเห็นว่าน่าจะเป็นกระแสที่ช่วยผลักให้เราขึ้นไปได้ในตอนเริ่มต้น”

จากวันที่เริ่มต้นจนปัจจุบัน แมลงทอดไฮโซ เกิดมาได้ 2 ปีแล้ว แต่ก่อนหน้านั้นหุ้นส่วนแต่ละคนล้วนมีธุรกิจของตัวเองอยู่ใน “เรด โอเชียน” คือธุรกิจต้องแข่งขันสูง เหมือนธุรกิจทั่วไปทั้งหมด จนทำให้รู้สึกเหนื่อย จึงมีแนวคิดในตอนแรกเริ่มว่า จะมีธุรกิจใดบ้างที่ไม่ต้องมีคู่แข่ง

เขาบอกว่า ผลตอบรับที่ออกมาเบื้องต้นเป็นไปตามที่คาดไว้ คือผลิตเท่าไรก็ขายได้หมด เพราะมีตลาดรองรับ มีความต้องการบริโภครออยู่ และที่บอกว่ากระแสจะช่วยดันเรา ก็เป็นไปตามนั้นจริง เพราะสื่อต่างชาติให้ความสนใจเรามาก ถึงขนาดมาสัมภาษณ์ถึงที่โรงงาน แต่ตอนนี้การผลิตหลักยังผลิตเพื่อจำหน่ายในประเทศเท่านั้น และบริษัทอยู่ระหว่างการขยายโรงงานที่พื้นที่ใกล้เคียงกัน จากปัจจุบันใช้วัตถุดิบในการผลิตราว 1 หมื่นซองต่อวัน เมื่อโรงงานแห่งใหม่เสร็จกำลังการผลิตจะเพิ่มขึ้นเป็น 10 เท่า สามารถผลิตได้ 1 แสนซองต่อวัน และยังพร้อมที่จะขยายกำลังการผลิตได้อีกหากมีคำสั่งซื้อเข้ามามากขึ้น