แมลงทอด สแน็คนอกกระแสติดป้ายชื่อ”ไฮโซ”

แมลงทอด
แมลงทอดสแน็คนอกกระแสติดป้ายชื่อ “ไฮโซ” ผลิตภัณฑ์แมลงทอดกรอบบรรจุถุงฟอยด์ ยกระดับเมนูบ้านๆ จากไอเดียธุรกิจของอดีตนิสิตจุฬาฯ พร้อมเงินลงทุนเริ่มแรก 10 ล้านบาท สร้างความเชื่อมั่นเรื่องความสะอาด ปลอดภัยและถูกสุขอนามัยด้วยมาตรฐานจากหน่วยงานรัฐและเอกชน ครบทั้ง อย. จีเอ็มพีและเอ็นเอสเอฟ

“แนวคิดของเราคือ การทำสินค้าที่ไม่ซ้ำกับใคร สินค้าทุกอย่างเน้นความคิดสร้างสรรค์ อาทิ แมลงทอดบรรจุซอง เป็นตัวอย่างที่ใช้พลังงานการขับเคลื่อนน้อย แต่จะเหนื่อยช่วงแรกเพราะกว่าจะคิดออกมาเป็นภาพความสำเร็จ ต้องใช้เวลา แต่เราเชื่อว่านวัตกรรมเกิดขึ้นได้เสมอ” นี่คือคอนเซปต์ธุรกิจของ ปณิธาน ตงศิริ ผู้บริหารบริษัท สไมล์บูลมาร์เก็ตติ้ง จำกัด เจ้าของผลิตภัณฑ์แมลงทอดกรอบแบรนด์ไฮโซ

เหตุผลที่เขาลงทุนทำผลิตภัณฑ์แมลงทอดกรอบอย่างจริงจัง เรื่องแรกเพราะมองเห็นโอกาสจากบริษัทนำเข้าแมลงจากจีน อาทิ ดักแด้ จิ้งหรีด เรื่องที่สองคือ แมลงทอดที่ขายอยู่ทั่วไปยังมีจุดอ่อนคือ ไม่มีมาตรฐานทั้งในเรื่องของกระบวนการผลิต บรรจุภัณฑ์และราคาขึ้นลงตลอดเวลา จึงคิดยกระดับเมนูแมลงทอดให้มีมาตรฐานความปลอดภัยเป็นที่ยอมรับ หารับประทานง่าย เพื่อรองรับตลาดคนรุ่นใหม่ วัยรุ่น วัยทำงาน โดยขายผ่านช่องทางระดับโมเดิร์นเทรด และคอนวีเนียนสโตร์

“เราใช้วิธีไปซื้อวัตถุดิบ 2 ชนิด ดักแด้หนอนไหม และจิ้งหรีดจากฟาร์มเลี้ยงระบบปิดที่ปราศจากสารเคมี โดยไม่ใช้แมลงจากจีน เนื่องจากต้องการสร้างความมั่นใจกับผู้บริโภคถึงคุณภาพและความปลอดภัย”

นี่คือแนวคิดของเจ้าของผลิตภัณฑ์แมลงทอดกรอบ “ไฮโซ” ซึ่งยอมควักทุนครั้งแรก 10 ล้านบาท ปรากฏว่า ได้รับผลตอบรับที่ดีจนผลิตส่งขายตามร้านขายส่งไม่ทัน เพราะมีกำลังผลิตอยู่ที่ 1 หมื่นซองต่อวัน ถ้าเทียบเงินลงทุนคงอีก หลายปีกว่าจะคืนทุน แต่ถ้าโรงงานสองที่ใช้งบลงทุน 20 ล้านบาทเสร็จในอีก 6 เดือนข้างหน้ายอดการผลิตเพิ่มขึ้น 10 เท่าตัว พร้อมขยายไลน์แมลงรวมทั้งรสชาติใหม่ จากปัจจุบันมี ดักแด้หนอนไหมและจิ้งหรีด อย่างละ 4 รสชาติ รสโนริสาหร่าย ดั้งเดิม บาร์บีคิว และ ชีส ในขนาด15 กรัม จากแพ็กเกจจิ้งกระป๋องก็เปลี่ยน มาใส่ซองฟอยด์ กระแสการตอบรับดีขึ้น ยอดขายเพิ่มขึ้นเท่าตัว

“ขณะนี้เริ่มดิวกับห้างสรรพสินค้าและช่องทางโมเดิร์นเทรนด์ก็ยอมรับว่า แมลงทอดกรอบเป็นผลิตภัณฑ์ที่น่าสนใจและขายได้ เราจึงรีบลงทุนเพิ่มกำลังการผลิตให้ทันในครึ่งปีนี้”

สร้างมาตรฐานเพิ่มความมั่นใจ

จากประสบการณ์ 1 ปีที่ผ่านมา ลูกค้าหลักคือ วัยรุ่นและหนุ่มสาวคนรุ่นใหม่ ปณิธาน วิเคราะห์ว่าคนรุ่นใหม่ติดตามข่าวสารและรับรู้ว่าแมลงเป็นแหล่งอาหารไขมันต่ำ อุดมไปด้วยโปรตีนและแร่ธาตุหลายชนิด ถือเป็นแหล่งอาหารในอนาคตสำหรับมนุษย์ หลังจากที่องค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ รณรงค์ให้คนทั้งโลกหันมาบริโภคแมลงเป็นอาหาร

ข้อมูลของกระทรวงสาธารณสุข ระบุว่า ปริมาณแมลงทอดที่คนไทยรับประทานแต่ละปีประมาณ 2 ตัน แมลงที่นิยมอันดับต้นๆ ได้แก่ ดักแด้หนอนไหม หนอนไม้ไผ่ แมลงดานา ตั๊กแตน แมลงกระชอน จิ้งโกร่ง และจิ้งหรีด ขณะที่ทั่วโลกคนบริโภคแมลงมีจำนวน 2 พันล้านคน จึงเป็นตลาดที่น่าสนใจ

“เรามองเห็นโอกาสว่า ผลิตภัณฑ์สามารถจำหน่ายได้ทั่วโลก บวกกับความได้เปรียบที่บ้านเราเป็นเขตร้อน มีแมลงเยอะ เลี้ยงง่าย ต้นทุนต่ำ ขณะเดียวกันพยายามสร้างความเชื่อมั่นเรื่องคุณภาพด้วยมาตรฐานจากหน่วยงานของรัฐและเอกชนอย่าง อย. GMP NSF และพยายามผลักดันให้โรงงานผลิตได้รับ ISO และ HACCP พร้อมกับพัฒนาระบบฟาร์มที่มีมาตรฐานไปเป็นโมเดลให้เกษตรกรเลี้ยงแมลงในปีนี้ คาดว่าภายใน 5 ปีจะคืนทุน”

สำหรับการสื่อสารกับกลุ่มเป้าหมายเพื่อสร้างการรับรู้แบรนด์ผ่านเฟซบุ๊กและการออกร้านตามงานต่างๆ เนื่องจากช่องทางการจำหน่ายและกำลังการผลิตยังไม่เต็ม100% แต่หลังจากที่โรงงานแห่งที่ 2 เสร็จจะเพิ่มการสื่อสารในรูปแบบอื่นๆพร้อมกับการขยายตลาดออกไปต่างประเทศ

แมลงทอด เปิดไอเดียแมลงทอด‘ไฮโซ’

แมลงทอด
แมลงทอด “ไอเดีย” มีอยู่รอบๆ ตัวเรา อยู่ที่เราจะเห็นหรือไม่ แล้วหยิบยกขึ้นมาเติมแต่งความคิดสร้างสรรค์เข้าไปก็สามารถช่วยเพิ่มมูลค่ากลายเป็นสินค้ายอดฮิตติดลมบนได้
ดังเช่น “แมลงทอดไฮโซ” ที่นำ แมลงทอด ซึ่งเราเห็นอยู่ทั่วไปตั้งแต่เด็กจนเหมือนเป็นของกินเล่นธรรมดาๆ แต่เจ้าของไอเดียก็นำมาปรับ “ลุค” ใหม่ ด้วยการต่อเติมนวัตกรรมบวกกับแนวคิดทางการตลาดที่ทันสมัย จนปัจจุบันนอกจากจะวางขายในห้างสรรพสินค้าชั้นนำหลายต่อหลายแห่งทั่วประเทศแล้ว ยังเตรียมขยายกำลังการผลิตเพื่อต่อยอดส่งออกไปอีกหลายประเทศทั่วโลก

“เราสังเกตพฤติกรรมของคนว่า ชอบกินแมลงทอดกันมาก แต่ก็ยังไม่มีขายเป็นการทั่วไป จึงเริ่มเข้าไปศึกษาตลาดถึงแหล่งค้าส่ง ซึ่งผมเคยทำธุรกิจเสื้อผ้ามาก่อนด้วย ทำให้รู้ว่าการจะศึกษาเริ่มต้นทำธุรกิจอะไรอย่างหนึ่ง เราต้องเข้าไปถึงแหล่งจริงๆ เพื่อดูว่าเขาทำกันอย่างไร ซึ่งผมก็เข้าไปดูถึงตลาดค้าส่งแมลง ก็พบว่ามีการซื้อขายกันมากและอนุมานกันว่า น่าจะมีตลาดรองรับ ประกอบกับในช่วงนั้น องค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ (เอฟเอโอ) ออกมาประกาศว่า นี่แหละคืออาหารสำหรับอนาคต รวมกับเหตุผลด้านการลงทุน และมีตลาดรองรับ จึงเห็นว่าน่าจะเป็นกระแสที่ช่วยผลักให้เราขึ้นไปได้ในตอนเริ่มต้น”

จากวันที่เริ่มต้นจนปัจจุบัน แมลงทอดไฮโซ เกิดมาได้ 2 ปีแล้ว แต่ก่อนหน้านั้นหุ้นส่วนแต่ละคนล้วนมีธุรกิจของตัวเองอยู่ใน “เรด โอเชียน” คือธุรกิจต้องแข่งขันสูง เหมือนธุรกิจทั่วไปทั้งหมด จนทำให้รู้สึกเหนื่อย จึงมีแนวคิดในตอนแรกเริ่มว่า จะมีธุรกิจใดบ้างที่ไม่ต้องมีคู่แข่ง

เขาบอกว่า ผลตอบรับที่ออกมาเบื้องต้นเป็นไปตามที่คาดไว้ คือผลิตเท่าไรก็ขายได้หมด เพราะมีตลาดรองรับ มีความต้องการบริโภครออยู่ และที่บอกว่ากระแสจะช่วยดันเรา ก็เป็นไปตามนั้นจริง เพราะสื่อต่างชาติให้ความสนใจเรามาก ถึงขนาดมาสัมภาษณ์ถึงที่โรงงาน แต่ตอนนี้การผลิตหลักยังผลิตเพื่อจำหน่ายในประเทศเท่านั้น และบริษัทอยู่ระหว่างการขยายโรงงานที่พื้นที่ใกล้เคียงกัน จากปัจจุบันใช้วัตถุดิบในการผลิตราว 1 หมื่นซองต่อวัน เมื่อโรงงานแห่งใหม่เสร็จกำลังการผลิตจะเพิ่มขึ้นเป็น 10 เท่า สามารถผลิตได้ 1 แสนซองต่อวัน และยังพร้อมที่จะขยายกำลังการผลิตได้อีกหากมีคำสั่งซื้อเข้ามามากขึ้น

แมลงกินได้ “จิ้งหรีด” โกอินเตอร์ หลังโกยเงินมูลค่ารวมปีละ900ล้านบาท

แมลงกินได้
แมลงนับเป็นแหล่งอาหารโปรตีนชนิดใหม่ที่องค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ หรือเอฟเอโอ (FAO) โดยในการประชุมความมั่นคงอาหารและป่าไม้ ในปี 2556 ณ กรุงโรม ประเทศอิตาลี ผู้เข้าร่วมประชุมจาก 100 แมลงกินได้ประเทศ ได้ให้การยอมรับในการใช้แมลงกินได้เป็นเสบียงอาหารโปรตีนสำรองสำหรับประชากรของโลกที่เพิ่มขึ้น

เนื่องจากคาดการณ์ว่าประชากรโลกจะเพิ่มเป็น 9,000 ล้านคน ภายในปี 2593 ซึ่งอาจเกิดปัญหาการขาดแคลนทั้งอาหารมนุษย์และอาหารสัตว์ แมลงจึงเป็นอาหารโปรตีนทางเลือกใหม่ที่มีราคาถูกและสามารถหาได้ง่ายในท้องถิ่น

จิ้งหรีดเป็นหนึ่งในแมลงที่มีการเพาะเลี้ยงกันในประเทศไทย จนกลายเป็นที่สนใจ แม้โดย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชานายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวในรายการ “คืนความสุขให้คนในชาติ” เมื่อวันที่ 26 มิถุนายน 2558 ที่ผ่านมา โดยแนะนำให้เกษตรกรปลูกพืชที่ใช้น้ำน้อย หรือมีอาชีพเสริม เช่น เลี้ยงจิ้งหรีด

จิ้งหรีดเดิมนั้นเป็นแมลงที่พบได้ทั่วไปตามธรรมชาติ แต่มากด้วยคุณค่าทางโภชนาการ มีโปรตีนถึง 12.9% ไขมัน 5.54% และคาร์โบไฮเดรต 5.1%

จิ้งหรีดเป็นแมลงที่เลี้ยงง่าย ขยายพันธุ์เร็ว ให้ผลผลิตสูง แม่พันธุ์ 1 ตัว ให้ลูกถึง 1,000 ตัว รวมถึงใช้พื้นที่และปริมาณน้ำในการเลี้ยงน้อย ทั้งยังไม่ต้องใช้เทคโนโลยีและต้นทุนในการเลี้ยงที่สูง

ภาพประกอบ44

จิ้งหรีดจึงเหมาะสมกับพื้นที่แห้งแล้งหรือเขตชนบท เกษตรกรจะนำมาเลี้ยงเป็นอาชีพเสริมไว้บริโภคและจำหน่ายเพื่อเพิ่มรายได้ เพราะใช้เวลาไม่มาก อีกทั้งสามารถใช้เวลาว่างจากการเพาะปลูกมาดูแลจิ้งหรีดได้ โดยภายในเวลา 1 ปี จะเลี้ยงจิ้งหรีดได้ 7-8 รุ่นต่อปี

สำหรับพันธุ์จิ้งหรีดที่เกษตรกรนิยมเลี้ยงมี 3 สายพันธุ์ ได้แก่ พันธุ์สะดิ้ง ทองดำ และจิ้งหรีดขาว

สำหรับจิ้งหรีดบ้าน หรือแมงสะดิ้ง ใช้ระยะเวลาในการเลี้ยง 40-50 วัน ราคาขายส่งกิโลกรัม (กก.) ละ 80-100 บาท

ส่วนจิ้งหรีดทองดำใช้ระยะเวลาเลี้ยงประมาณ 30-45 วัน ราคาขายส่งอยู่ที่ 120-150 บาท/กก.

นอกจากจะมีการซื้อขายภายในชุมชนแล้ว สำหรับตลาดขายส่งจิ้งหรีดที่มีศักยภาพ ได้แก่ ตลาดเกษตรกาฬสินธุ์ จ.กาฬสินธุ์ ตลาดไท จ.ปทุมธานี ตลาดโรงเกลือ จ.สระแก้ว และตลาดนัดจตุจักร กรุงเทพฯ

จิ้งหรีดสามารถนำมาบริโภคได้หลายรูปแบบ เช่น ทอด คั่ว บรรจุกระป๋อง รวมถึงบดผงเพื่อแปรรูปเป็นคุกกี้ ขณะเดียวกันยังมีการส่งออกจิ้งหรีดไปยังญี่ปุ่น อียู และสหรัฐ เป็นต้น

ปัจจุบันไทยเป็นประเทศที่มีศักยภาพและมีความชำนาญในการเพาะเลี้ยงจิ้งหรีดในเชิงพาณิชย์ โดยมีฟาร์มจิ้งหรีดประมาณ 20,000 แห่ง ส่วนใหญ่อยู่ในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ อาทิ ขอนแก่น กาฬสินธุ์ และมหาสารคาม

ในวันนี้การเพาะเลี้ยงจิ้งหรีดของประเทศไทยมีกำลังการผลิตสูงถึง 7,500 ตัน/ปี คิดเป็นมูลค่าจิ้งหรีดสดและแปรรูป รวมกว่า 900 ล้านบาท

ด้วยศักยภาพในการเพาะเลี้ยงจิ้งหรีด ไม่เพียงทำให้เกษตรกรไทยเท่านั้นที่ดำเนินการเพาะเลี้ยง ปัจจุบันยังมีนักลงทุนต่างชาติเข้ามาลงทุนผลิตแมลงในไทย โดยเฉพาะการเพาะเลี้ยงจิ้งหรีด พร้อมตั้งโรงงานแปรรูปจิ้งหรีดส่งออกไปต่างประเทศ อาทิ สหภาพยุโรป (อียู) จีน สหรัฐ และญี่ปุ่น ถือเป็นอีกช่องทางหนึ่งในการเพิ่มรายได้ให้เกษตรกรหลังช่วงทำนาหรือระหว่างฤดูแล้ง

ดังนั้นเพื่อส่งเสริมการผลิตและสร้างความมั่นใจแก่ผู้บริโภค สำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ มีแผนในการจัดทำมาตรฐานการปฏิบัติทางการเกษตรที่ดีสำหรับฟาร์มจิ้งหรีด เพื่อให้เกษตรกรมีแนวทางในการปฏิบัติและสามารถขอการรับรองต่อไป

มาตรฐานสินค้าเกษตรนี้ กำหนดเกณฑ์การปฏิบัติทางการเกษตรที่ดีสำหรับฟาร์มจิ้งหรีด ตั้งแต่องค์ประกอบฟาร์ม อาหารสำหรับแมลง น้ำ การจัดการฟาร์ม สุขภาพสัตว์ สวัสดิภาพสัตว์ การจัดการด้านสิ่งแวดล้อม และการบันทึกข้อมูล เพื่อผลิตจิ้งหรีดที่มีคุณภาพดี และได้จิ้งหรีดและผลิตผลอื่นๆ ที่มีคุณภาพเหมาะสมในการนำไปใช้ผลิตเป็นอาหารที่ปลอดภัยต่อการบริโภค

มากด้วยคุณค่าทางโปรตีน5

คุณพิศาล พงศาพิชณ์ รองเลขาธิการสำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ (มกอช.) กล่าวว่า ช่วง 3-4 ปีที่ผ่านมาได้มีการพัฒนาผลิตภัณฑ์จิ้งหรีดแปรรูปมากมาย เช่น Snack Food รสชาติต่างๆ ทั้งรสต้มยำ รสวาซาบิ รวมทั้งจิ้งหรีดชนิดโปรตีนผง เพื่อนำไปแปรรูป เป็นเค้ก คุกกี้ ส่งออกไปยังประเทศเพื่อนบ้าน ทั้งลาว จีน และอียู ซึ่งพบว่าตลาดให้การตอบรับค่อนข้างดี

“ผู้ประกอบการจึงได้ประสานมายัง มกอช.เพื่อให้ออกข้อกำหนดมาตรฐานการปฏิบัติทางการเกษตรที่ดีสำหรับฟาร์มจิ้งหรีด หรือฟาร์มจิ้งหรีด จีเอพี (GAP) ในรูปแบบเดียวกับมาตรฐานฟาร์มเลี้ยงสัตว์ทั่วไป เนื่องจากลูกค้าในอียูต้องการให้ไทยรับรองระบบการผลิตจิ้งหรีดตามมาตรฐาน เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับผู้บริโภคที่มีความตื่นตัวในเรื่องความปลอดภัยทางอาหารเพิ่มขึ้น” รองเลขาธิการ มกอช.กล่าว

คุณพิศาลกล่าวอีกว่า ขณะนี้ มกอช.อยู่ระหว่างเร่งเสนอให้คณะกรรมการมาตรฐานสินค้าเกษตรพิจารณาการจัดทำมาตรฐานฟาร์มจิ้งหรีด เพื่อสนับสนุนการเพาะเลี้ยง การแปรรูป และการส่งออกจิ้งหรีดไปต่างประเทศ หากไทยเร่งจัดทำและประกาศใช้มาตรฐานฟาร์มเลี้ยงแมลงอย่างเป็นทางการ คาดว่าจะเป็นเครื่องมือการันตีคุณภาพสินค้าแมลงของไทย โดยเฉพาะจิ้งหรีดและผลิตภัณฑ์ ซึ่งจะช่วยขยายโอกาสทางการตลาดและผลักดันส่งออกไปต่างประเทศได้เพิ่มมากขึ้น ที่สำคัญยังช่วยสร้างความมั่นคงในการประกอบอาชีพให้กับเกษตรกรผู้เลี้ยงจิ้งหรีดด้วย

“ล่าสุดคณะกรรมาธิการยุโรป (EC) ได้ประกาศยอมรับกฎระเบียบฉบับใหม่เกี่ยวกับอาหารที่ใช้เทคโนโลยีใหม่ (Novel Food) เพื่อให้สถานประกอบการสามารถนำเข้า Novel Food มายังอียูได้สะดวกขึ้น โดยยังคงรักษามาตรฐานความปลอดภัยอาหารไว้ในระดับสูง ซึ่งกฎระเบียบดังกล่าวจะเริ่มมีผลบังคับใช้ประมาณปลายปี 2560 และได้กำหนดให้แมลงเป็น Novel Food ด้วย ถือเป็นการเปิดช่องทางให้กับอุตสาหกรรมอาหารจากวัตถุดิบแมลง คาดว่าจะเป็นโอกาสทองของเกษตรกรผู้เลี้ยงจิ้งหรีดของไทยที่จะขยายตลาดส่งออกได้มากขึ้น ดังนั้น มกอช.จึงจำเป็นต้องเร่งจัดทำมาตรฐาน GAP ฟาร์มจิ้งหรีด เพื่อเสริมขีดความสามารถการแข่งขันให้กับสินค้าแมลงของไทยในตลาดโลก” รองเลขาธิการ มกอช.กล่าว

แปรรูปจำหน่ายเพิ่มมูลค่า1

ดังนั้น มาตรฐานการปฏิบัติทางการเกษตรที่ดีสำหรับฟาร์มจิ้งหรีด ที่ มกอช.กำลังดำเนินการจัดทำขึ้น นับเป็นประโยชน์ทั้งในวันนี้และในวันข้างหน้า โดยเฉพาะการช่วยลดปัญหาข้อกีดกันทางการค้าที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต

แต่ที่สำคัญจะช่วยทำให้ประเทศไทยสามารถเป็นต้นแบบของโลกในการผลิตหรือทำฟาร์มแมลงกินได้ เช่น จิ้งหรีด แบบครบวงจรของโลก

โดย ธนสิทธิ์ เหล่าประเสิร์ฐ
ที่มา นิตยสารเทคโนโลยีชาวบ้าน

ดักแด้หนอนไหม ดักแด้ไหมอาหารสุขภาพยุคใหม่

ดักแด้หนอนไหม
ดักแด้หนอนไหมดักแด้ไหมไม่ใช่เพียงอาหารพื้นบ้านอีกต่อไป แต่กำลังจะกลายเป็นนวัตกรรมสุขภาพที่จะทำให้เราพึ่งพาตัวเองได้มากขึ้น และยังอาจเป็นช่องทางสร้างรายได้ในเชิงพาณิชย์ในยุคที่เราจะก้าวเข้าสู่ประชาคมอาเซียนอีกด้วย รศ.ดร.จินตนาภรณ์ วัฒนธร ศูนย์วิจัยและพัฒนาการแพทย์ทางเลือกแบบบูรณาการ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น เปิดเผยว่า ข้อมูลจากการศึกษาวิจัยเมื่อเร็วๆ นี้ พบว่า ดักแด้ไหมสามารถเพิ่มการเรียนรู้และความจำและสามารถป้องกันภาวะความจำบกพร่องที่พบในโรคสมองเสื่อม หรืออัลไซเมอร์ (Alzheimer’s disease) ได้

นอกจากนี้ อุดมด้วยโปรตีน มีกรด อะมิโนสำคัญจำนวนมาก ทั้งยังพบว่าดักแด้ไหม สามารถป้องกันและลดอันตรายจากการทำลายสมองเนื่องจากโรคหลอดเลือดสมองและโรคพิษสุราเรื้อรัง มีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ และปกป้องสมอง มีรายงานว่าสารสกัดดักแด้ไหมสามารถปกป้องเซลล์ประสาทจากความเป็นพิษของสาร Beta amyloid และ Glutamate นอกจากนั้นยังมีฤทธิ์เพิ่มการเรียนรู้และความจำในอาสาสมัคร งานวิจัยเบื้องต้นของนักวิจัยของศูนย์วิจัยและพัฒนาการแพทย์ทางเลือกแบบบูรณาการ พบว่า สารสกัดดักแด้ไหมสามารถลดความบกพร่องทางสมองในแบบจำลองของภาวะออทิสติกได้ ยิ่งไปกว่านั้นสารสกัดดักแด้ไหมยังมีฤทธิ์ลดคอเลสเตอรอลในกระแสเลือด ตลอดจนลดการเกิดหลอดเลือดตีบ (Atherosclerotic plaque)

อย่างไรก็ตาม เนื่องจากการเก็บดักแด้ไหมไว้นานๆ มักมีปัญหาเรื่องเกิดกลิ่นหืน จึงมีการพัฒนาดักแด้ไหมให้อยู่ในรูปสารสกัดเพื่อพร้อมใช้ในการบริโภค

ขอบคุณแหล่งที่มา http://www.posttoday.com/life/health/428941

เมนูแมลงทอด หนุนนำแมลงมาทำอาหาร

เมนูแมลงทอด
เมนูแมลงทอดกลับมาอีกครั้งสำหรับ​งานออกร้านแสดงอาหารที่ประเทศออสเตรเลียกับงานไฟน์เมนูแมลงทอดฟู้ดควีนส์แลนด์ โดยไฮไลท์ของปีนี้คือการนำแมลงมาปรุงเป็นอาหาร

ถือว่าได้รับความนิยมในหมู่นักท่องเที่ยวและชาวออสเตรเลียอย่างมาก สำหรับงานออกร้านแสดงอาหารไฟน์ฟู้ด เทศกาลอาหารที่นำสินค้าบริโภคที่ดีที่สุดจากอุตสาหกรรมอาหารของรัฐควีนส์แลนด์ มาเปิดให้ผู้ที่สนใจได้ลองเข้าไปเลือกชมและชิมกัน

โดยปีนี้ไฮไลท์ของงานอยู่ที่การประชาสัมพันธ์อาหารทางเลือกของอนาคตที่ยั่งยืน เช่นการนำแมลงมาทำเป็นอาหาร โดยจากข้อมูลการศึกษาขององค์การอาหารและเกษตรแห่งสหรัฐอเมริกา หรือ เอฟเอโอ เปิดเผยว่า แมลงที่รับประทานได้นั้น มีคุณค่าทางโภชนาการที่สูงทั้งโปรตีน, วิตามิน และกรดอะมิโน ขณะที่การเลี้ยงจิ้งหรีดเพื่อนำมาทำเป็นอาหารเพื่อให้โปรตีนเท่ากับสัตว์ชนิดอื่นๆ ก็ใช้อาหารน้อยกว่าวัวถึง 6 เท่า, น้อยกว่าแกะ 4 เท่า, น้อยกว่าหมูหรือไก่กระทง 2 เท่า โดยจากสาเหตุที่กล่าวมา รวมถึงปัญหาประชากรโลกซึ่งเพิ่มจำนวนมากขึ้นเรื่อยๆจนอาจส่งผลต่อฐานทรัพยากรและความมั่นคงทางอาหาร ทำให้เชื่อกันว่า ในอนาคต แมลงอาจกลายมาเป็นอาหารกระแสหลักที่ยั่งยืน

ภายในงานออกร้านแสดงอาหารไฟน์ฟู้ด ที่เมืองบริสเบนนี้ นอกจากผู้ร่วมงานจะได้ทดลองชิมจิ้งหรีด, หนอน รวมถึงแมลงสาบ ยังมีการแสดงทักษะการทำอาหารประเภทต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นพิซซ่า รวมถึงการแข่งขันทำกาแฟ ที่มีทีมนักชงจากทั่วโลกเข้าร่วมงาน เพื่อชิงรางวัลมูลค่ากว่า 40,000 ดอลลาร์ หรือประมาณ 1,200,000 บาท โดยนักชงกาแฟต้องเผชิญบททดสอบความกดดัน ที่จำลองจากสถานการณ์ร้านกาแฟที่มีลูกค้าจำนวนมากเข้ามาพร้อมกัน เช่น การทำกาแฟคุณภาพดี 14 ถ้วย ภายในเวลาเพียง 14 นาที

แมงสะดิ้ง หรือ จิ้งหรีดขาว

แมงสะดิ้ง
ชื่อพื้นบ้าน แมงสะดิ้ง
ชื่อภาษาไทย จิ้งหรีดทองแดงลาย จิ้งหรีดขาว
ชื่อวิทยาศาสตร์ Acheta domesticus
Class : Insecta
Order : Orthoptera
Family : Gryllidae
Species: Acheta
Sub Species : A. demestica

แมงสะดิ้งมีหลายท่านเข้าใจผิด คิดว่าแมงสะดิ้ง คือ แมงจินาย ( จิ๊ดนาย) ความจริงแล้ว แมงสะดิ้ง( อีสาน) เป็นคนละอย่างคนละสายพันพันธุ์กับ แมงจิดนาย ขอรับกะผม บางท่านหาข้อมูลในอินเตอร์เน็ตอาจได้ข้อมูลที่ผิด ๆไป เพราะความไม่รู้ “สัมพันธภาพวิถี” ทำให้การถ่ายทอดความรู้ โค้งงอเดิมที ชาวอีสานเรียกมันมาตั้งแต่โบราณว่า” จิดลออี๊ด..! ” เพิ่งมาเปลี่ยนชื่อเป็น “สะดิ้ง ! “เมื่อ 40 ปี มานี้ ในที่สุดลูกหลานอีสานก็ลืมชื่อนั้น เรียกแมงสะดิ้ง มาจนถึงปัจจุบัน”สะดิ้ง” เป็น ภาษาภาคกลาง แปลว่า ดัดจริตเกินงาม ระเริงเกินวัย ไม่ใช่ภาษาอีสาน

คำว่า “สะดิ้ง” เริ่มมีมาใช้ ในอีสาน เมื่อมีการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานให้แก่ประชาชน จัดตั้งโรงเรียน เริ่มมีการเรียนภาษาไทย ภาษาราชการ หรือโรงเรียนวัดในสมัยก่อน ( เรียนกันตามวัด ) ชาวอีสานจึงเข้าใจในบริบทคำว่าสะดิ้ง และดัดแปลงมันมาเปรียบเคียงกิริยาจนตั้งชื่อให้แมลงชนิดนี้ เป็น “แมงสะดิ้ง” ในที่สุด เพราะตัวเล็ก ๆ ก็อุ้มท้องป่อง มีไข่มีลูกเสียแล้วจากคำว่า “สะดิ้ง” ที่มีพูดกันจนเป็น แฟชั่น จากนั้นก็กำเนิดคำว่า “ซิ่ง” ขึ้นมาเมื่อ 30 ปีที่แล้วแผลงมาจากคำว่า “Sing ” ในภาษาอังกฤษ รู้จักกันในนาม ยี่ห้อเครื่องสำอาง ทาหน้ายี่ห้อ Sing Sing ทาแล้วจะผุดผ่องยองใย ประดุจสาวแรกแย้ม จึงเกิดคำว่า โสด ซิง ซิง ขึ้นมา

“ซิ่ง ในความหมายที่พูด เปรียบกิริยาที่ออกแนวกวนๆ ไม่เหมือนใคร จึงกำเนิดเป็น “หมอลำซิ่ง”ที่มีลีลาการ ร้องรำไม่เหมือนหมอลำตาม ครรลองอดีต ซึ่งสมัยนั้นถือว่าแปลก เพราะฉะนั้น คำว่า ซิ่ง ของคนสมัยนั้นคือ แปลก กวนๆ ไม่เหมือนใคร นั่นเองมาในยุคปัจจุบัน คำว่า “ซิ่ง” ความเข้าใจในบริบทของคน คือ “เหยียบไม่ยั้ง บิดจนสุด เร็วทะลุนรกนั่นคือบริบทของสังคม ที่มีผลต่อภาษาและวิถีชีวิต ( สมัยก่อนไม่มีรถ เดี๋ยวนี้มีรถ ) แมงสะดิ้ง ก็เช่นกัน เมื่อใช้เรียก” จิดลออี๊ด ” จนติดปากเป็น”แฟชั่น จึงกลายเป็น แมงสะดิ้งมาจวบทุกวันนี้ แล

แมงสะดิ้ง คือแมลงในวงศ์เดียวกับจิ้งหรีด แต่เป็นสายพันธุ์หนึ่ง ที่มีขนาดเล็กถิ่นกำเนิด คือแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ได้กระจายพันธุ์เข้าสู่ยุโรป เมื่อประมาณ ศตวรรษที่ 18 ทางเรือสำเภาค้าขายโดยติดไปกับกระถางต้นไม้ ที่ชาวเรือนำไปด้วย มันแพร่พันธุ์เข้าสู่อเมริกาและขยายพันธุ์เข้าสู่ประเทศ แคนาดา

ขอบคุณข้อมูลจาก : “จิ้งหรีดและการเพาะเลี้ยง” ของ รศ.ดร.ศิวิลัย ศิริมังคลารัตน์ สาขา กีฏวิทยา คณะเกษตรศาสตร์ มหาลัยขอนแก่น

รถด่วนทอด หนอนเยื่อไผ่ หรือหนอนรถด่วน

รถด่วนทอด
รถด่วนทอดหนอนรถด่วน หรือ Bamboo Caterpillar เป็นหนอนของผีเสื้อกลางคืนชนิดหนึ่ง ซึ่งตัวหนอนกินเยื่อไผ่เป็นอาหาร ชาวจีนฮ่อเรียก จูซุง คนพม่าเรียก ลาโป้ว และชาวกะเหรี่ยงเรียกว่า คลีเคล๊ะ ส่วนคนไทยเรียกว่าหนอนรถด่วน เพราะ ตัวหนอนมีรูปร่างลักษณะคล้ายโบกี้รถไฟนั่นเอง หนอนรถด่วนเป็นหนอนผีเสื้อที่มีวงจรชีวิตที่ยาวนานถึงหนึ่งปีเต็ม เมื่อถึงวัยเจริญพันธุ์ผีเสื้อจะจับคู่ผสมพันธุ์ในช่วงฤดูฝนจากนั้นเพศเมียก็จะวางไข่บนหน่อไม้เมื่อตัวอ่อนฟักออกจากไข่จะเจาะเข้าไปอยู่ในหน่อไม้เพื่อกินเยื่อไผ่เป็นอาหารหนอนจะผ่านการลอกคราบถึง 5 ครั้งใช้เวลา ถึง 10 เดือน จากนั้นจะเข้าสู้ระยะดักแด้เพื่อเปลี่ยนสรีระร่างกายประมาณ 40 – 60 วัน และลอกคราบออกเป็นตัวเต็มวัยในที่สุด ผีเสื้อมีอายุ 1 – 2 สัปดาห์ ไผ่ที่พบหนอนรถด่วน ได้แก่ ไผ่ซาง ไผ่หก ไผ่บง ไผ่ไร่รอ และไผ่สีสุก พบที่ความสูงจากระดับน้ำทะเลตั้งแต่ 430 – 1300 เมตร ชาวไทยภาคเหนือนิยมบริโภคหนอนรถด่วนมายาวนาน วิธีนำไปประกอบอาหารได้แก่ ต้ม ทอด ตำน้ำพริก การศึกษา พบว่า จากการบริโภคหนอนรถด่วนนี้จะได้รับสารอาหารประเภทโปรตีนจำพวกกรดอะมิโนที่จำเป็นต่อร่างกาย 8 ชนิด และที่ไม่จำเป็นต่อร่างกายอีก 9 ชนิด ดังนี้

ประเภทกรดอะมิโนที่จำเป็นต่อร่างกายเมื่อเทียบเป็นเปอร์เซ็นต์ตามน้ำหนัก ได้แก่ ทรีโอนีน 1.15% ซีสตีน 0.28% วาลีน 1.60% เมธิโอนีน 0.66%ไอโซลิวซีน 0.94% ลิวซีน 2.05% เฟนิวอะลานีน 0.63% และไลซีน 1.66%
ประเภทกรดอะมิโนที่ไม่จำเป็นต่อร่างกาย ได้แก่ ทรีโอนีน 1.15% เซรีน 1.84% กลูตามิก 2.96% โปรลีน 1.46% ไกลซีน 1.01% อะลานีน 1.24% และอาร์จีนีน 1.22%

การสังเกตต้นไผ่ที่มีหนอนรถด่วนตามภูมิปัญญาชาวบ้าน โดยดูว่า ต้นไผ่ต้นใดมีขนาดปล้องค่อนข้างสั้น และหากสังเกต จะพบรูเล็กๆ ที่โคนของไผ่ประมาณปล้องที่ หนึ่งหรือ ปล้องที่สอง ซึ่งเป็นรูที่ตัวเต็มวัยจะออกมาเมื่อกลายเป็นผีเสื้อ จึงมั่นใจได้ว่าไผ่ลำนี้มีหนอนรถด่วนอยู่แน่นอน

หนอนรถด่วนยังเป็นแมลงเศรษฐกิจที่สร้างรายได้ให้กับชาวชนบท ทั้งนี้เพราะตัวหนอนสดมีราคาขายส่งกิโลกรัมละ 100 – 250 บาท ทำให้ชาวบ้านมีรายได้มากถึง 500 – 1000 บาทต่อวัน สำหรับพ่อค้าแมลงทอด จะขายหนอนรถด่วนราคากก.ละ1200 – 1500 บาททีเดียว

ขอบคุณแหล่งที่มา http://www.dnp.go.th/FOREMIC/NForemic/this_month/Omphisa/omphisa.htm

ดักแด้หนอนไหม มช.พบ’หนอนไหม’ กินต้มสุก22ตัวเทียบไวอากร้า ปลุกนกเขาตื่นจากหลับไหล

ดักแด้หนอนไหม
ดักแด้หนอนไหมชายไทยกลุ่มนกเขาเอาแต่หลับเลื้อยขี้เซา เตรียมเฮ กรมหม่อนไหมร่วมกับทีมนักวิจัย ม.เชียงใหม่ พบหนอนไหม 2 สายพันธุ์ไทย “น้อยศรีสะเกษ-1” และ “เหลืองสุรินทร์” มีสาร “ซิลเดนาฟิล” ที่ใช้ผลิตยาไวอากร้า โดยผลการศึกษาเบื้องต้น พบหนอนไหมพันธุ์ไทย 22 ตัว นำมาสกัด ได้สารเทียบเท่าไวอากร้า 100 มิลลิกรัม เล็งนำมาแปรรูปเป็นอาหารเสริมบำรุงสุขภาพ เพิ่มมูลค่าให้หนอนไหม แต่เตือนไม่แนะกินสด เสี่ยงติดเชื้อโรค ควรนำไปต้มก่อนเปิบ

นักวิจัยไทยพบสรรพคุณที่คาดไม่ถึงของดักแด้หนอนไหมในครั้งนี้ ผู้สื่อข่าวรายงานเมื่อวันที่ 14 มี.ค.หลังได้รับการเปิดเผยจากนายอภัย สุทธิสังข์ อธิบดีกรมหม่อนไหม กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ถึงการวิจัยของ ดร.วิโรจน์ แก้วเรือง ผู้เชี่ยวชาญกรมหม่อนไหมที่ทำร่วมนักวิจัยด้านเคมีและด้านอาหาร เพื่อศึกษาหาสารสำคัญในดักแด้หนอนไหม เพื่อนำมาเป็นผงปรุงรสอาหารสร้างมูลค่าให้กับเกษตรกร ซึ่งการศึกษาครั้งนี้สืบเนื่องจาก ผู้เชี่ยวชาญกรมหม่อนไหมได้ตั้งข้อสังเกตว่าครอบครัวชาวอีสานที่ปลูกหม่อนเลี้ยงไหม ทั้งๆที่พ่อบ้านทำงานหนัก และมีฐานะยากจนแต่สุขภาพกลับแข็งแรงและมีบุตรหลายคน ด้วยความสงสัยจึงได้มีการสอบถามถึงการใช้ชีวิตในแต่ละวัน รวมไปถึงอาหารการกิน กระทั่งรู้ว่าอาหารที่ส่วนใหญ่กินกันบ่อย คือตัวดักแด้จากหนอนไหม เบื้องต้นกรมจึงได้รวบรวมพันธุ์หนอนไหมพื้นบ้านทั้งหมด เพื่อดูคุณค่าทางอาหารสำคัญอื่นอีก

อธิบดีกรมหม่อนไหมกล่าวว่า ปรากฏว่าในการศึกษาครั้งแรก ซึ่งร่วมกับมหาวิทยาลัยขอนแก่น เพียงแค่ต้องการแปรรูปทำเป็นผงปรุงรส หรือผงนัวแค่นั้นเอง แต่เมื่อวิจัยลงลึกจึงรู้ว่าหนอนไหมมีสารสำคัญที่คาดไม่ถึง โดยในดักแด้หนอนไหมสายพันธุ์น้อยศรีสะเกษ-1 และพันธุ์เหลืองสุรินทร์ ไม่ได้เพียงแค่เพิ่มรสชาติอาหารให้อร่อยเท่านั้น จากการวิเคราะห์พบว่าหนอนไหมยังมีสารซิลเดนาฟิล (ชื่อสามัญทางยาของไวอากร้า) ที่มีฤทธิ์ช่วยขยายหลอดเลือดแบบเดียวกับยาไวอากร้า

อธิบดีกรมหม่อนไหมกล่าวอีกว่า ดังนั้น เพื่อให้รู้ว่าสารดังกล่าวในดักแด้หนอนไหมต้องใช้จำนวนมากน้อยเพียงใด และใช้วิธีอะไรในการสกัดให้ได้สารสำคัญ กรมจึงร่วมกับ ผศ.ดร.สมชาย จอมดวง คณะอุตสาหกรรมเกษตร รศ.ดร.ปรัชญา วงศ์ทวีเลิศ ดร.ณัฐชัย ดวงนิล ภาควิชาเคมี คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ที่มีความเชี่ยวชาญด้านนี้ ร่วมกันศึกษาต่อ จนกระทั่งรู้หากใช้ดักแด้หนอนไหมสดๆ โดยไม่ผ่านการต้มจำนวน 22 ตัว หลังนำมาสกัดด้วยแอลกอฮอล์ 70 เปอร์เซ็นต์ จะได้รับสารซิลเดนาฟิลปริมาณ 101.57-102.55 มิลลิกรัม มากกว่ากินยาไวอากร้า ขนาด 100 มิลลิกรัม ที่นำเข้าจากต่างประเทศ

อย่างไรก็ดี อธิบดีกรมหม่อนไหมได้กล่าวเตือนว่า การนำเอาหนอนไหมมากินสดๆนั้นจะสุ่มเสี่ยงทำให้เกิดการติดเชื้อโรคได้ง่าย ซึ่งชายไทยคนไหนที่ต้องการกินดักแด้หนอนไหมเพื่อให้ได้รับสารดังกล่าว ช่วงเวลานี้ วิธีที่ดีสุดคือนำดักแด้หนอนไหมที่ผ่านการต้มเพื่อสาวเอาเส้นไหมไปทอผ้านำมากิน แม้จะได้รับสารซิลเดนาฟิลในปริมาณไม่มากเท่ากับการสกัด แต่ถือว่ามีความปลอดภัยต่อสุขภาพอย่างแน่นอน 100 เปอร์เซ็นต์ ในอนาคตกรมหม่อนไหมมีแนวคิดจะนำหนอนไหมพื้นบ้านทั้ง 2 สายพันธุ์ คือสายพันธุ์น้อยศรีสะเกษ-1 และพันธุ์เหลืองสุรินทร์ มาแปรรูปทำเป็นอาหารเสริมบำรุงสุขภาพ ที่เพิ่มมูลค่าได้สูงกว่าการทำเป็นเครื่องปรุงอาหารต่อไป

ขอบคุณแหล่งที่มา ไทยรัฐออนไลน์ http://www.thairath.co.th/content/590919

แมลงกินได้ มีอะไรบ้าง หาได้จากไหน ในฤดูกาลใด

แมลงกินได้
แมลงกินได้มีงานวิจัยหลายชิ้นที่ได้รวบรวมรายชื่อแมลงที่กินได้ในประเทศไทยว่ามีตั้งแต่ 44 ชนิด ถึง 196 ชนิด แต่ที่พบบ่อยๆ ในตลาดปัจจุบันมีอยู่ประมาณ 20-25 ชนิด
ถ้าจะพิจารณาแหล่งที่อยู่อาศัยของแมลง พบว่าแมลงที่นำมากินสามารถหาได้จากแหล่งสำคัญๆ ดังนี้
ในดิน แมลงที่หาเก็บได้จากดิน ได้แก่ จิ้งหรีดบ้าน จิ้งหรีดนา จิโปม (จิ้งหรีดหางสั้น) แมงกระชอน แมงมัน แมงกินูน กุดจี่ ฯลฯ
ต้นไม้-พุ่มไม้ เป็นแหล่งที่อยู่ของมดแดงและไข่มดแดง ตั๊กแตนปาทังก้า ตั๊กแตนอีโม่ ด้วงปีกแข็ง (เช่น กว่าง) จั๊กจั่น หนอนไม้ไผ่ รังผึ้งและรังต่อ

แมลงบางชนิดสามารถหาเก็บได้จากบึงน้ำ ทุ่งนา ได้แก่ แมงดานา แมงตับเต่า แมงเหนี่ยง ตัวอ่อนแมลงปอ ฯลฯ

มีแมลงบางชนิดได้จากการเพาะเลี้ยงได้แก่ หนอนไหม และผึ้ง ปัจจุบันมีการทำฟาร์มจิ้งหรีดไข่ (หรือจิ้งหรีดขาว) อย่างแพร่หลายโดยเฉพาะที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (ภาคอีสาน) และภาคเหนือ
ปริมาณแมลงที่ได้จากการล่า หาเก็บจากแหล่งธรรมชาติมักจะเป็นไปตามฤดูกาล แต่ช่วงเดือนเมษายนถึงสิงหาคม จะเป็นช่วงที่นักล่า หาเก็บสามารถรวบรวมแมลงได้หลากหลายชนิด เช่น มดแดง (ไข่มดแดง) จิ้งหรีด แมงกินูน แมงดานา ฯลฯ แต่เมื่อมองภาพรวมในรอบปีแล้วคนไทยจะมีอาหารแมลงชนิดต่างๆ หมุนเวียนให้กินตลอดปี ส่วนหนึ่งได้จากการเพาะเลี้ยง ซึ่งนับวันจะมีเกษตรกรหันมาเพาะเลี้ยงแมลงเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ

วิธีปรุงอาหารแมลง
ในอดีต คนไทยภาคอีสานและภาคเหนือเป็นกลุ่มชนที่มีวัฒนธรรมการกินแมลงมาก่อน วิธีการปรุงไม่ได้แตกต่างจากอาหารพื้นบ้านรายการอื่นๆ แต่อย่างใด

วิธีปรุงอาหารแมลงได้แก่ ยำ (เช่น ไข่มดแดง) ห่อหมก อู๋ (วิธีการปรุงอาหารชนิดหนึ่งของภาคอีสานที่ปรุงด้วยเครื่องแกง มีน้ำขลุกขลิก ซึ่งอาจปรุงด้วยลูกอ๊อดหรือปลาเล็กปลาน้อย เป็นต้น) น้ำพริก (แจ่วหรือป่น) นึ่ง ลวก แกง (เช่น แกงผักหวานใส่ไข่มดแดง หรือใส่แมงกินูน ฯลฯ) ปิ้ง-ย่าง (เช่น จั๊กจั่น แมงดานา) และคั่ว (เช่น แมงกินูน)

ปัจจุบัน ตำรับอาหารแมลงสนองตอบคนในเขตเมืองมากขึ้น วิธีปรุงนอกจากมีรูปแบบพื้นบ้านแล้ว อาจจะมีวิธีปรุงในรูป ผัด ทอด (เช่น ไข่เจียวใส่ไข่มดแดง ไข่เจียวใส่ตัวอ่อนแมลงปอ) ชุบแป้งทอด ยิ่งไปกว่านั้น อาจจะสามารถหากินอาหารแมลงที่ปรุงตามตำรับสากล เช่น เบอร์เกอร์ แซนด์วิช และพิซซ่าที่ใช้หนอนไม้ไผ่ หรือหนอนไหม อาหารเหล่านี้จะพบเห็นในย่านที่มีนักท่องเที่ยวต่างชาติ เช่น ภัตตาคาร แถบตลาด อตก. ถนนข้าวสาร พัฒน์พงษ์ สวนลุมไนท์บาร์ซ่า ภัตตาคารในจังหวัดท่องเที่ยวทางภาคเหนือและอีสาน

ใครบ้างที่กินอาหารแมลง
ที่ผ่านมาอาหารแมลงเป็นอาหารของกลุ่มคนที่มีรายได้น้อยอาศัยอยู่ในชนบท (Yhoung-aree, และคณะ พ.ศ.2540) แต่ปัจจุบันพบเห็นตำรับอาหารแมลงทั้งที่ปรุงแบบพื้นบ้าน (เช่น น้ำพริก แกง ฯลฯ) ปรุงแบบอาหารในเขตเมือง (ผัด ทอด ชุปแป้งทอด) และแบบตะวันตก (เบอร์เกอร์ แซนด์วิช พิซซ่า) สภาพเช่นนี้ก่อให้เกิดแนวความคิดได้ว่าปัจจุบันอาหารแมลงเป็นที่ยอมรับกันอย่างกว้างขวาง
ปี พ.ศ.2548 ผู้เขียนและกัณวีร์ วิวัฒน์พานิช ร่วมกันสำรวจ พบว่าผู้ที่กินอาหารแมลงสามารถแบ่งได้เป็น 4 กลุ่มดังนี้

กลุ่มที่ 1 คนไทยในภาคเหนือและภาคอีสาน ทั้งที่อาศัยอยู่พื้นราบ ชาวเขา หรือย้ายถิ่นไปอยู่ที่จังหวัดอื่นๆ

กลุ่มที่ 2 คนไทยที่ย้ายถิ่นออกจากภาคเหนือและ ภาคอีสานแล้วไปสร้างครอบครัวในจังหวัดอื่นๆ คู่สมรส ที่มีพื้นเพเดิมมาจากจังหวัดที่ไม่เคยกินอาหารแมลงมาก่อน เมื่อได้ลิ้มรสอาหารแมลงแล้วมักจะยอมรับในรสชาติ แล้วหันมายอมรับอาหารแมลงได้ในที่สุด

กลุ่มที่ 3 คนไทยที่มีพื้นเพเดิมมาจากท้องถิ่นที่ไม่เคยกินอาหารแมลงมาก่อน แต่ได้พบเห็นอาหารแมลงที่มีจำหน่ายอยู่ทั่วไปจนชินตา บางคนที่มีนิสัยชอบทดลอง แม้ว่ารูปลักษณ์ของแมลงจะไม่น่าดูนัก แต่เมื่อได้ทดลองชิมก็มักจะติดใจรสชาติ แล้วก็เกิดการยอมรับอาหารแมลงในที่สุด

กลุ่มที่ 4 นักท่องเที่ยวต่างชาติ ปกติคนกลุ่มนี้มักจะนิยมอาหารไทยอยู่แล้ว ดังนั้น จึงไม่ยากที่จะติดใจในรสชาติอาหารแมลง บางรายมีความคุ้นเคยกับอาหารแมลงมาก่อนอยู่แล้ว ในบรรยากาศของการท่องเที่ยว แมลงทอดจะไปได้ดีกับเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ในรายที่ยังนิยมเบอร์เกอร์หรือแซนด์วิชหนอนไม้ไผ่ และพิซซ่าหนอนไหม ก็เพราะอาหารเหล่านี้ทำให้พวกเขาคลายจาก “อาการคิดถึงบ้าน” ได้

แมลงกินได้มีจำหน่ายที่ไหนบ้าง
การที่อาหารแมลงเป็นที่ยอมรับของผู้คนทั้งในเขตเมืองและชนบท ธุรกิจด้านอาหารแมลงจึงเป็นธุรกิจที่น่าสนใจ
จากการติดตามเส้นทางการค้าของแมลงกินได้ พบว่า ปัจจุบันการเก็บหาแมลงในพื้นที่เกษตรกรรมที่เคยเป็นพื้นที่ระบาดของแมลงกินได้มีน้อยลง เพราะเกษตรกรกำจัดปัญหาโดยการจับกินเป็นอาหารแล้วยังนำไปจำหน่ายในตลาดอีกด้วย จนอาจกล่าวได้ว่าแมลงกินได้ที่มีในประเทศไม่เพียงพอต่อความต้องการเสียแล้ว ด้วยเหตุนี้ จึงมีการนำเข้าแมลงจากประเทศเพื่อนบ้าน เส้นทางที่สำคัญที่เป็นจุดนำเข้าแมลงคือตลาดโรงเกลือ อำเภออรัญประเทศ จังหวัดสระแก้ว จากนั้น แมลงดิบจะนำเข้าไปจำหน่ายที่ตลาดของเมืองใหญ่ๆ เช่น กรุงเทพฯ (ตลาดคลองเตย ตลาดเทเวศร์) ขอนแก่น พิษณุโลก ฯลฯ ต่อไป
นอกจากนำเข้าจากประเทศเพื่อนบ้านแล้ว ปัจจุบันการทำฟาร์มแมลงกินได้เริ่มได้รับความสนใจ มีการส่งเสริม ทดลองเลี้ยงเพื่อเป็นแหล่งรายได้ของครอบครัวในพื้นที่ทางภาคอีสานและภาคเหนือ บางฟาร์มเริ่มมีลูกค้าประจำมารับซื้อแมลงที่ยังมีชีวิต เพื่อนำไปปรุงจำหน่ายในตลาดต่อไป

ปกติแล้วสามารถหาซื้ออาหารแมลงที่ปรุงแล้ว (แมลงทอด แมลงชุบแป้งทอด แมลงนึ่ง ฯลฯ) ได้จากพ่อค้า-แม่ค้ารถเข็นตามริมทางเดิน ตลาดอาหาร ตลาดนัด ตลาดนัดหน้าโรงงาน ร้านอาหาร ภัตตาคารและศูนย์อาหารตามห้างสรรพสินค้าทั่วไป

บริเวณชุมชนแออัด (เช่น คลองเตย) ซึ่งมักจะมีชาวอีสานเข้ามาอาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก พ่อค้าจะหาบสาแหรกอาหารแมลงเดินจำหน่ายในชุมชน ซึ่งส่วนใหญ่พ่อค้าลักษณะเช่นนี้จะจำหน่ายเฉพาะแมลงที่เป็นที่นิยม เช่น จิ้งหรีดทอด ตั๊กแตนทอด แมงกระชอนทอด ฯลฯ

คุณค่าทางโภชนาการของแมลงกินได้
สถาบันการศึกษาและหน่วยงานด้านสุขภาพหลายแห่งให้ความสนใจเกี่ยวกับคุณค่าอาหารแมลง เพราะเป็นอาหารของกลุ่มคนที่มีรายได้น้อยเข้าถึงได้และน่าจะช่วยบรรเทาปัญหาภาวะทุโภชนาการของกลุ่มคนที่มีรายได้น้อยอีกด้วย

ผลการวิเคราะห์คุณค่าทางโภชนาการพบว่าจุดเด่น ของอาหารแมลงอยู่ที่ปริมาณสารอาหารกลุ่มพลังงาน โปรตีน และไขมัน สำหรับเกลือแร่ที่มีอยู่จำนวนมากได้แก่ธาตุฟอสฟอรัสและโพแทสเซียม ส่วนวิตามินที่พบในแมลงได้แก่วิตามินบี 1 และวิตามินบี 2 ซึ่งมีอยู่ไม่มากนัก (สถาบันวิจัยโภชนาการ พ.ศ.2548)

ขอบคุณแหล่งที่มา https://www.doctor.or.th/article/detail/5748

แมลงจักจั่นทอด แมลงกระชอนทอด

แมลงจักจั่นทอด

แมลงทอด เจ้าของกาดทุ่งเกวียนลำปางเผย เงาะจักจั่นทอด มีราคาสูงเพราะคนนิยมทานกันกิโลกรัมละ 3,500 บาท และมีขายที่เดียว ซึ่งเป็นแมลงทอดที่สุดฮิต คนมาซื้อไปกิน

นาย ชูชัย จันทร์สกาว เจ้าของและผู้จัดการตลาดทุ่งเกวียน อ.ห้างฉัตร จ.ลำปางเปิดเผยว่า ที่ตลาดทุ่งเกวียน มี ร้าน จำหน่ายแมลงทอด ราคาสูง กิโลกรัมละ 3,500 บาท ผู้สื่อข่าวจึงเดินทางไปตรวจสอบ และภายใน ตลาด พบ กับ ร้านขายแมลงทอด ที่ ชื่อว่าร้าน น้องยิว รวมแมลง เป็นร้าน รวมแมลงทอดต่าง และพบกับ เจ้าของร้าน เป็นหญิง โดยเจ้าของร้านบอกว่า ช่วงเดือนกันยายนไปจนถึงเดือนพฤศจิกายน ทุกปี แมลงต่างๆจะมีมากมาย มีทั้งตัว จี้กุ้ง รถด่วน แมงดาตัวไหม และเงาะจักจั่น(ตัวอ่อนของจักจั่น) โดยเฉพาะ เงาะจักจั่นนั้นเป็นเมนูเด็ด อร่อยที่สุดของร้าน เนื่องจากความหอมมัน อร่อยและมีการทอดกรอบ และที่สำคัญที่ผ่านมามีราคาแพงมากที่สุด ราคาขายก็อยู่กิโลกรัมละ 3,500 บาท และในปีนี้ถือว่ามีแมลงออกมาน้อยเพราะฝนตกน้อย ทำให้แมลงต่างยิ่งหายากขึ้น

ขณะที่ แมลงอีกชนิดหนึ่งที่ขายดี มีคนนิยมซื้อกันก็คือ ตัวหนอนรถด่วน ราคากิโลกรัมละ 2,000 บาท และอีกหน่อยทางร้าน เตรียมนำเจ้าตัวรถด่วน บรรจุกระป๋องเพื่อนำมาวางขายให้กับนักท่องเที่ยวแล้ว ซึ่ง เจ้าของร้านบอกว่า ทางร้าน จำหน่ายแมลงทอดที่กาดทุ่งเกวียนแห่งนี้มากว่า 20 ปีแล้ว

 

ซึ่งลูกค้าประจำก็จะพากันเดินทางมาซื้อแมลงทอดที่ละ ครึ่งกิโลกรัมขึ้นไป บางคน บอกนานๆมาแวะเที่ยวเหนือทั้งที ก็ต้องซื้อไปทีละมากๆ เพื่อไปฝากญาติและเพื่อนๆ

ด้านนาย ชูชัย ผู้จัดการ ตลาดทุ่งเกวียนบอกว่า เป็นเรื่องจริงและยืนยันว่าตัวอ่อนจักจั่น มีขายที่ตลาดทุ่งเกวียนเพียงแห่งเดียวเท่านั้น และถือว่าเป็นจุดขายที่สร้างชื่อเสียงให้กับตลาดของตนเอง แม้ผู้ที่ซื้อตัวอ่อนจักจั่น จะต้องมีกำลังซื้อได้พอสมควร เนื่องจากมีขายกันถึง 3,500 บาทต่อกิโลกรัม และตัวอ่อนจักจั่น หรือที่เรียกันว่า เงาะจักจั่นนั้น บางส่วน จะนำมาจาก ทางอ.เมืองปาน และอ.แจ้ห่ม จ.ลำปาง โดยวิธีนำเงาะจักจั้น มานั้น ต้องใช้วิธีขุดดินเพื่อหา ตัวอ่อนของจักจั่น

ส่วนที่มีราคาสูงนั้น ไม่ใช่เป็นการค้าขายเอาเปรียบคนกิน แต่เนื่องจากระยะการมีการวสงไข่ของจักจั่น มีการออกไข่ปีละครั้ง อีกทั้งปริมาณของตัวจักจั่นมีน้อย จึงหาตัวอ่อนจักจั่นยากขึ้น

 

ขอบคุณแหล่งที่มา หนังสือพิมพ์บ้านเมือง